หุ้นโรงพยาบาลดิ่ง "หมอเหลิม" ชี้ตลาดแพนิคจาก Co-payment

13 ม.ค. 2569 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ม.ค. 2569 | 03:54 น.

BCH ชี้หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลร่วงหนัก เหตุแพนิค จาก Co-payment ย้ำผู้ถือประกันเหมาจ่ายเดิมยังได้รับสิทธิ์คงเดิม มั่นใจไม่กระทบรายได้โรงพยาบาล ขณะที่เฮลท์แคร์ยังเป็นเมกะเทรนด์

KEY

POINTS

  • หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ปรับตัวลดลงเกิดจากความตื่นตระหนกของตลาดต่อข่าวที่บริษัทประกันอาจเปลี่ยนไปใช้ระบบจ่ายร่วม (Co-payment) ไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานของโรงพยาบาล
  • ผู้บริหาร BCH ชี้แจงว่าระบบ Co-payment ไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของโรงพยาบาล เพราะเป็นเพียงการบริหารจัดการต้นทุนระหว่างบริษัทประกันและผู้เอาประกัน
  • BCH ยังคงมั่นใจในแนวโน้มธุรกิจสุขภาพในปี 2569 โดยมองว่าเฮลท์แคร์เป็นเมกะเทรนด์และโรงพยาบาลมีแหล่งรายได้ที่หลากหลาย ทำให้ปรับตัวได้ดี

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ อดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และประธานกรรมการบริหารกลุ่ม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีที่ราคาหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนในตลาดทุนเป็นอย่างมาก

หากเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงคือ เกิดจากอาการ "Panic" ของตลาดที่ได้รับผลกระทบจากข่าวการประกาศของบริษัทประกันภัยรายใหญ่ แจ้งหยุดการขายประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ทำให้เกิดความกังวลว่าบริษัทประกัน จะงดขายกรมธรรม์แบบเหมาจ่ายและเปลี่ยนไปใช้ระบบ Co-payment แทน

แท้จริงแล้วเรื่องนี้เป็นประเด็นของบริษัทประกัน ที่ต้องการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้ต่ำลง เพื่อให้มีกำไรสูงขึ้น และพยายามควบคุมไม่ให้เบี้ยประกันปรับสูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ โดย Co-payment หรือระบบการร่วมจ่าย คือรูปแบบที่ผู้ซื้อประกันจะต้องร่วมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลในบางส่วนตามสัดส่วนที่กำหนด 

มีรายละเอียดสำคัญเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย "ผู้ซื้อกรมธรรม์ใหม่" หลังวันที่ 1 มีนาคม 2568 ส่วนผู้ที่มีกรมธรรม์แบบเหมาจ่ายเดิมอยู่แล้ว หากยังส่งเบี้ยตามปกติ สิทธิประโยชน์จะยังคงเดิมตามกฎหมาย บริษัทประกันไม่สามารถรอนสิทธิ์หรือยกเลิกได้

ศ.ดร.นพ.เฉลิม กล่าวว่า โดยสัดส่วนการจ่าย Co-payment ทั่วไป จะกำหนดให้ผู้เอาประกันร่วมจ่ายในอัตรา 30% หรืออาจสูงถึง 50% สำหรับกลุ่มที่เคลมบ่อย ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลแต่อย่างใด เพราะรายรับของโรงพยาบาลยังคงเท่าเดิม เพียงแต่บริษัทประกันเปลี่ยนจากเดิมที่จ่ายให้ทั้งหมด เป็นประกันจ่ายส่วนหนึ่งและคนไข้จ่ายส่วนหนึ่งเท่านั้น

ดังนั้น ระบบ Co-payment จึงเป็นเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงและต้นทุนระหว่าง "บริษัทประกัน"กับ "ผู้ซื้อประกัน" โดยมีโรงพยาบาลเป็นเพียงตัวกลางในการให้บริการ

ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลในปี 2569 จะยังคงมีแนวโน้มที่ดีกว่าปี 2568 เนื่องจากเฮลท์แคร์ยังเป็นเมกะเทรนด์ (Megatrend) และโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีการกระจายรายได้จากหลายทาง ทั้งกลุ่มเงินสด กลุ่มประกัน และกลุ่มประกันสังคม สามารถปรับรับรายจ่ายและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ดี ซึ่งยังเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงพยาบาลและด้านสุขภาพ