thansettakij
thansettakij
ศิริราชสร้างประวัติศาสตร์โลก ผลิต“ข้อสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล”ครั้งแรก

ศิริราชสร้างประวัติศาสตร์โลก ผลิต“ข้อสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล”ครั้งแรก

01 พ.ค. 69 | 05:45 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ค. 69 | 06:02 น.

“ศิริราช”สร้างประวัติศาสตร์โลก ผลิตเบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ครั้งแรก เดินหน้าผ่าตัดผู้ป่วยลาว เชื่อมสัมพันธ์ไทย–ลาว 75 ปี

KEY

POINTS

  • โรงพยาบาลศิริราชสร้างประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ ด้วยการคิดค้นและผลิต “เบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล” ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก
  • นวัตกรรมนี้ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ผลิตชิ้นส่วนจากไทเทเนียมเกรดการแพทย์ภายในโรงพยาบาล ทำให้มีความพอดีกับสรีระของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ข้อสะโพกเทียมเฉพาะบุคคลช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด ลดภาวะแทรกซ้อน และ ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยจะนำร่องใช้กับผู้ป่วยชาวลาวที่มีความซับซ้อนสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงเปิดโครงการ “Love for Humanity by Siriraj ครั้งที่ 4” เตรียมลงพื้นที่ให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 4–7 พฤษภาคม 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

                                  ศิริราชสร้างประวัติศาสตร์โลก ผลิต“ข้อสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล”ครั้งแรก

ภายในงานมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธาน พร้อมด้วยพระราชวชิรธรรมาจารย์ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด พณฯ สีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ และ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ร่วมแถลงรายละเอียดโครงการ

ศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า ปีนี้โครงการได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ในการสนับสนุนภารกิจครั้งสำคัญ เพื่อสานสัมพันธ์ไทย–ลาวอย่างยั่งยืน โดยศิริราชได้ระดมทีมแพทย์ บุคลากรสหวิชาชีพ และเครื่องมือแพทย์ทันสมัย เดินหน้าผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกให้ผู้ป่วยจำนวน 49 ราย รวม 72 ข้อ ควบคู่การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ของ สปป.ลาว เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขในระยะยาว

“โครงการนี้สะท้อนบทบาทของศิริราชในฐานะสถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน ที่ไม่เพียงดูแลประชาชนไทย แต่ยังส่งต่อองค์ความรู้และความช่วยเหลือสู่ระดับนานาชาติ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน” ศ.นพ.อภิชาติ กล่าว

ด้าน ศ.นพ.กีรติ เปิดเผยว่า ภารกิจปีนี้มีความท้าทายสูง เนื่องจากกว่าครึ่งของผู้ป่วยเป็นเคสซับซ้อน ต้องใช้เทคนิคการผ่าตัดขั้นสูง ทีมแพทย์จึงขยายเวลาปฏิบัติงานเป็น 3 วันเต็ม เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด

จุดสำคัญของภารกิจครั้งนี้ คือการที่ศิริราชสามารถสร้าง “ประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลก” ด้วยการคิดค้นและผลิต “เบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล” ผ่านเทคโนโลยี 3D Printing ภายในโรงพยาบาล หรือ Point of Care Manufacturing โดยใช้วัสดุไทเทเนียมเกรดทางการแพทย์

                          ศิริราชสร้างประวัติศาสตร์โลก ผลิต“ข้อสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล”ครั้งแรก

นวัตกรรมดังกล่าวช่วยให้ชิ้นส่วนกระดูกเทียมมีความพอดีกับสรีระผู้ป่วยแต่ละราย ลดภาวะแทรกซ้อน เพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยจะนำมาใช้จริงกับผู้ป่วยชาวลาว 4 ราย ที่มีภาวะซับซ้อนสูง ซึ่งจะเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช

“นี่คือการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าถึงเทคโนโลยีรักษาระดับสูงสุดของโลก และสะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการแพทย์สมัยใหม่” ศ.นพ.กีรติ กล่าว

                          ศิริราชสร้างประวัติศาสตร์โลก ผลิต“ข้อสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล”ครั้งแรก

นอกจากการผ่าตัดแล้ว โครงการยังบูรณาการศาสตร์การแพทย์แผนไทยร่วมกับกายภาพบำบัด เพื่อช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และเร่งการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยหลังผ่าตัด

สำหรับโครงการ Love for Humanity by Siriraj เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 โดยเคยจัดภารกิจช่วยเหลือผู้ป่วยในหลายประเทศ อาทิ เนปาล ภูฏาน และศรีลังกา ก่อนขยายสู่ สปป.ลาว ในปีนี้

พระราชวชิรธรรมาจารย์ กล่าวว่า ความก้าวหน้าของศิริราชในการสร้างไทเทเนียมทดแทนกระดูกที่เสียหาย เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างมหาศาล หลายรายที่เจ็บปวดมานานหลายปี เมื่อได้รับการผ่าตัดเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็กลับมาเดินได้และมีชีวิตใหม่อีกครั้ง

                      ศิริราชสร้างประวัติศาสตร์โลก ผลิต“ข้อสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล”ครั้งแรก

ภารกิจครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–7 พฤษภาคม 2569 ณ โรงพยาบาลมิตรภาพนครหลวงเวียงจันทน์ โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เพื่อเป็นสะพานบุญเชื่อมโยงความร่วมมือทางการแพทย์และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของไทย–ลาว ในวาระครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างยั่งยืน