
ศิริราชเปิดตัว Faesthetics 2.0 นวัตกรรม 3D พลิกโฉมการแพทย์ไทย
ศิริราชเปิดตัว “Faesthetics 2.0” นวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนแนวใหม่ ด้วย 3D Visualization Technologies ช่วยฝึกหัตถการเสมือนจริง สู่มาตรฐานสากล
KEY
POINTS
- ศิริราชเปิดตัว "Faesthetics 2.0" นวัตกรรมการเรียนการสอนแพทย์ยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีภาพ 3 มิติ (3D) และ Mixed Reality (MR) เพื่อฝึกทักษะกายวิภาคและหัตถการเสมือนจริง เพิ่มความแม่นยำและลดการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่
- ประกอบด้วย 4 รูปแบบการใช้งานหลัก ได้แก่ PC Version สำหรับการสอน, Web Version สำหรับนักศึกษาทบทวน, VR Version สำหรับการเรียนรู้แบบกลุ่ม และ Injection Simulation Training เพื่อฝึกหัตถการฉีดยาบนหุ่นจำลอง
- เป็นความร่วมมือระหว่างศิริราชและบริษัท SurgicalMind จากเกาหลีใต้ โดยมีแผนพัฒนาต่อยอดไปสู่รูปแบบ Game Learning เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่สมจริงและสนุกสนานในอนาคต
ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศิริราชประกาศเปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ “Faesthetics 2.0” ยกระดับการเรียนการสอนแพทย์จากเวอร์ชันปฐมบท ที่แสดงเพียงโครงสร้างทางกายวิภาคในระบบดิจิทัล สู่เครื่องมือการเรียนการสอนทางการแพทย์ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการมุ่งเน้นเสริมสร้างทักษะกายวิภาคศาสตร์และฝึกทำหัตถการเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยีภาพจำลอง 3 มิติขั้นสูง (3D Visualization Technologies) ที่ผสมผสานความรู้และความสนุกสนานเข้าด้วยกัน
โดยคณะได้สนับสนุนการพัฒนาวัตกรรมทางการแพทย์ Faesthetics 2.0 อย่างเต็มกำลัง เพื่อมุ่งเน้นนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของนักศึกษาและแพทย์ประจำบ้านในยุคดิจิทัล ทั้งสร้างความมั่นใจและความแม่นยำสำหรับทำหัตถการในผู้ป่วยจริง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ปลอดภัยและแม่นยำ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับการเรียนการสอน สู่บริการที่เป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพในระดับสากล
สำหรับ Faesthetics 2.0 เริ่มพัฒนามาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ที่ศิริราชจับมือกับบริษัท SurgicalMind ประเทศเกาหลีใต้ เป็นแนวคิดมาจากการฝึกทักษะทำหัตถการที่เรียกว่า Fruit Lab ที่เน้นความปราณีตในการใช้มีดบนเปลือกผลไม้ ก่อนเริ่มฝึกทักษะผู้เรียนด้วยวิธีฉีดยาบนผิวหนังเทียมเสมือนจริง ซึ่งพัฒนาร่วมกับหน่วยผลิตหุ่นจำลองทางการแพทย์ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกกับร่างอาจารย์ใหญ่
“การใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ฝึกทำหัตถการ มีด้านเสริมความงามด้วย Botulinum Toxin และสารเติมเต็ม มากกว่าเดือนละครั้ง แต่ละครั้งจะใช้เพียงใบหน้าเท่านั้น จึงได้เริ่มต้นคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยลดการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยี Mixed Reality (MR) ที่ผสมผสานกันทั้ง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) จนกลายเป็น Faesthetics 2.0 นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนการเรียนการสอนแพทย์ไปอย่างสิ้นเชิง”
ศ.ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า Faesthetics 2.0 ไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่เป็นการพลิกโฉมรูปแบบการเรียนการสอนแพทย์ให้ทันสมัยตามยุค ที่ดิจิทัลเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต โดย Faesthetics Software แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่
1. PC Version ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอนของคณาจารย์ เป็น Higher Technology สามารถเลือกแสดงผลโครงสร้างต่างๆ สามารถแยกชั้นผิวหนังและอวัยวะใต้ผิวหนังได้อย่างอิสระตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้นำมาใช้จริงในการประกอบการบรรยาย
2. จาก PC Version ที่มีความละเอียดสูง ต่อยอดมาสู่ Web Version โดยลดความละเอียดลงเล็กน้อย เพื่อให้นักศึกษาแพทย์สามารถใช้งาน Web Version ในการทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยการเข้าใช้งานผ่านระบบ QR Code
3. คือ VR Version ที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในรูปแบบกลุ่ม โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงพื้นที่เสมือนพร้อมกัน ผู้สอนสามารถหมุนภาพโครงสร้างและชี้จุดสาธิตให้นักศึกษาดูได้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ระบบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในอัตราส่วนอาจารย์ 1 ท่าน ต่อผู้เรียน 6 ท่าน (1:6) และมีแผนงานที่จะขยายขีดความสามารถให้รองรับผู้เรียนได้สูงสุดถึง 20 ท่าน
4. Injection Simulation Training ซึ่งนวัตกรรมนี้รองรับการใช้งานอย่างครอบคลุมในส่วนของการฝึกทำหัตถการ โดยหัวใจสำคัญคือการจำลองระบบให้จับคู่ข้อมูลดิจิทัลเข้ากับหุ่นจำลองที่เราออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ (Data Mapping) เมื่อผู้เรียนมีการลงเข็มในตำแหน่งต่างๆ บนหุ่นจำลองนั้น ระบบจะแสดงผลว่าขณะนี้เข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ ทั้งตำแหน่งและความลึก
“ในอนาคตอันใกล้ Faesthetics 2.0 จะถูกยกระดับไปสู่รูปแบบ Game Learning ซึ่งถือเป็นมิติใหม่แห่งวงการแพทย์ เปลี่ยนจากการฝึกหัตถการในห้องเรียนแบบเดิมให้กลายเป็นสถานการณ์จำลองอัจฉริยะ (Simulation Game) ที่สมจริง ผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ ขนาดเข็ม ตัวยา รวมถึงวางแผนวิธีการรักษาให้เหมาะสม ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับทั้งทักษะความชำนาญและความเพลิดเพลินไปพร้อมกัน”
ทั้งนี้ นวัตกรรม Faesthetics 2.0 ได้แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามขีดความสามารถของวงการแพทย์สู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อมในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติได้

