
อาหารเสริมไทยโตแรง SOLVEGROUP เดินหน้ารุกตลาดปั้นยอดขาย 180 ล้าน.
ตลาดอาหารเสริมปี 2568 แตะแสนล้าน! SOLVEGROUP ชูธง Preventive Health ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 พุ่ง 180 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์เจาะ Niche Segmentation ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ
KEY
POINTS
- SOLVEGROUP ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ไว้ที่ 180 ล้านบาท หลังปี 2568 ทำรายได้รวมกว่า 111 ล้านบาท เติบโตขึ้นเกือบ 60%
- การเติบโตของบริษัทสอดคล้องกับตลาดอาหารเสริมไทยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านบาทในปี 2568 จากเทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- บริษัทเดินหน้ารุกตลาดด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘SOLVE Omega-3’ และเน้นการสร้างแบรนด์ Functional Supplement เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โซล์ฟ กรุ๊ป จำกัด 'SOLVEGROUP' แบรนด์ Functional Supplement ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเชิงฟังก์ชันสัญชาติไทย กล่าวว่า ตลาดอาหารเสริมไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะปี 2568 ถูกประเมินว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท เป็นครั้งแรก พร้อมกับการเติบโตมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดโตแรงมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จาก ‘รักษาเมื่อเจ็บป่วย’ สู่ ‘ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน’ สะท้อนแนวโน้มการใส่ใจสุขภาพโดยรวม
ขณะที่ยอดขายของ SOLVEGROUP ในปี 2568 บริษัทมีผลประกอบการรวมกว่า 111 ล้านบาทและปัจจุบันในปี 2569 กำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 7 โดยได้ตั้งเป้าขยายการเติบโตสู่ 180 ล้านบาท ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘SOLVE Omega-3’ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบ Preventive Health ภายใต้ความเชื่อที่ว่า การดูแลสุขภาพให้อยู่ในระดับ ‘Optimal level’ หรือ การมีสุขภาพที่ดีอย่างเหมาะสมและสมดุลตามช่วงวัย ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
“SOLVEGROUP เริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังในปี 2568 จากเดิมที่ผ่านการบอกต่อปากต่อปากในกลุ่มผู้บริโภคจากยอดขาย 60-70 ล้านบาทในปี 2567 ขึ้นไปแตะระดับ 111 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตขึ้นเกือบ 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนเป้าหมาย 180 ล้านบาทในปีนี้ จะมาจากจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการซื้อซ้ำต่อเนื่องจาก กลุ่มลูกค้าเก่า บวกกับจำนวน SKU สินค้าที่เพิ่มมากขึ้นด้วย”
สำหรับภาพของ ‘SOLVEGROUP’ ในปี 2569 คือ ‘Functional Supplement’ เหมาะกับคนที่มองหาการดูแลสุขภาพ โดยแบรนด์จะพยายามให้คนนึกถึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ด้วยการเน้นทำการตลาดเชิงแบรนด์ดิ้งมากขึ้น มีโปรดักต์ที่แข็งแรงทั้งวิตามิน ‘SOLVEHAIR Day & Night’ ที่ศึกษาในระดับสถาบันร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงวัย 35 ปีขึ้นไปซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายอีกหลายอย่าง
พญ.อังศ์วรา กล่าวว่า ในอนาคตตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะเติบโตในทิศทางของการ ‘เฉพาะเจาะจงมากขึ้น’ (Niche Segmentation) ผู้บริโภคจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพของตัวเองอย่างชัดเจน เช่น กลุ่มคนออกกำลังกายที่ต้องการเสริม Performance และดูแลความพร้อมของร่างกายหลังการฝึกซ้อม อาจเลือกผลิตภัณฑ์อย่าง Electrolytes หรือ Amino acids ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุจะให้ความสำคัญกับการรักษามวลกล้ามเนื้อ เพื่อการเคลื่อนไหวที่คล่องตัว เช่น HMB
แนวโน้มนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก ‘วิตามินเพื่อสุขภาพทั่วไป’ ไปสู่ ‘โภชนาการเฉพาะบุคคล’ (Targeted / Personalized nutrition) ที่ออกแบบตามช่วงวัย ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของแต่ละคนมากขึ้น และตลาดอาหารเสริมในอนาคตจะเติบโตบน ‘ความเข้าใจ’ ไม่ใช่ ‘ความเชื่อ’ แนวโน้มการเติบโตของตลาดอาหารเสริมในระยะถัดไป จะมาจากผู้บริโภคที่มีความรู้และความเข้าใจด้านโภชนาการมากขึ้น
ทั้งในเรื่องบทบาทของวิตามิน แร่ธาตุ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ใช่ทางลัดของสุขภาพ แต่มีบทบาทช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกาย เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ที่ต้องทำควบคู่กับการทานอาหารที่ดี การออกกำลังกาย และการพักผ่อนที่เพียงพอ
“ตลาดอาหารเสริมแข่งขันสูงและมีหลายกลุ่มราคา ยากทั้งในแง่กระบวนการการทำงาน และการสร้าง ‘Brand Love’ ในกลุ่มลูกค้า ดังนั้น ความท้าทายในตลาด Supplement ยากตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จะทำให้ผู้บริโภคเปิดใจลองสินค้าไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งผู้บริโภคต้องการเห็นผลเร็ว ซึ่งต้องสื่อสารว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะทำงานสอดคล้องกับกลไกธรรมชาติของร่างกาย ควรทานอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม”
อย่างไรก็ตาม จากจุดเริ่มต้นสู่การก่อตั้ง ‘SOLVEGROUP’ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ใช่วิตามินเดี่ยว แต่คือ Functional Supplement ที่เลือกใช้ทั้งชนิดและปริมาณของสารสกัดตามงานวิจัยหลายหลายตัว ด้วยสูตรเฉพาะที่คำนึงถึงการทำงานร่วมกันของสารอาหาร เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพ รวมถึงยังมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘การดูแลสุขภาพที่แท้จริง’ ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ ผ่านผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ที่ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก







