
ระวังภัยเงียบ Sudden Death วัยทำงาน เสี่ยงเสียชีวิตกะทันหัน
แพทย์เตือนภาวะ Sudden Death การเสียชีวิตกะทันหัน โดยเฉพาะคนทำงาน ย้ำอย่าละเลยสัญญาณเตือน ใจสั่น-เหนื่อยง่าย ตรวจเชิงลึกช่วยลดเสี่ยงดับถึง 80%
KEY
POINTS
- ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน (Sudden Death) เป็นภัยเงียบที่พบมากขึ้นในกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-40 ปี แม้จะดูมีสุขภาพแข็งแรง โดยมีสาเหตุหลักมาจากโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ได้แก่ ความเครียดสะสม ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และโรคทางพันธุกรรม ซึ่งอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้นเฉียบพลัน
- ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่มักถูกมองข้าม เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอก การตรวจคัดกรองเชิงลึกจึงสามารถช่วยค้นหาความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่และป้องกันได้
นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า วิกฤตการณ์การเสียชีวิตกะทันหัน หรือ "Sudden Death" เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับกลุ่มคนที่ดูเหมือนมีสุขภาพแข็งแรง เช่น นักธุรกิจวัยทำงาน นักฟุตบอล หรือนักวิ่งมาราธอน ซึ่งหลายกรณีเกิดจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
โดยสาเหตุและความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่มักมีปัญหาหลักเกิดจากเส้นเลือด ที่จะทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ถัดมาคือปริมาณการเสียเลือด ที่จะทำให้เสียชีวิตทันที และกลุ่มเสี่ยงไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุแต่คนรุ่นใหม่อายุ 20-40 ปี ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
ดังนั้น โรงพยาบาลเมดพาร์คจึงได้พัฒนาโปรแกรมตรวจคัดกรองเพื่อช่วยให้ผู้ที่อยากมีชีวิตยืนยาว สามารถป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ด้วยการตรวจหาโรคล่วงหน้า ทั้งวางแผนผ่าตัดหรือซ่อมแซมเส้นเลือดเพื่อรักษาชีวิต ตลอดจนการป้องกันและติดตามผลระยะยาว (Follow-up) เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียและสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พญ.ปิยะนาฏ ปรียานนท์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรือ Sudden Death มีสาเหตุมาจากระบบหัวใจสูงถึง 70% และ 80–90% ของผู้ป่วย Sudden Death เกิดจากระบบหัวใจและหลอดเลือด มักพบในกลุ่มผู้ป่วยอายุเฉลี่ย 50 ปีขึ้นไป แต่ในหลายกรณียังพบว่า โรคหัวใจหลายชนิดอาจไม่แสดงอาการชัดเจน
โดยเฉพาะในคนอายุน้อย นักกีฬาอาชีพ ขณะเดียวกันในปัจจุบันยังพบมากขึ้นในวัยทำงาน 20-40 ปี ที่มีความเครียดสะสมต่อเนื่อง เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตกะทันหันได้สูงกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ระบบสมองซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการทำงานของร่างกาย ก็มีบทบาทสำคัญที่อาจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาอันสั้น
“ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจใสกรณีหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart Attack) พบว่า 1 ใน 3 มักจะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย โดยจะมีอัตราการเสียชีวินเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และประมาณ 40% ของคนที่มีภาวะนี้ มักไม่รู้ตัวว่ามีปัญหาการนอนและมาพบแพทย์ด้วยอาการอื่น ส่วนผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ มีโอกาสเกิดปัญหาเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ประมาณ 14%”
ด้าน พญ.สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า สถิตการเกิดภาวะ Sudden Death ในประเทศไทยยังไม่สามารถระบุและจำแนกได้ชัดเจนมากนัก เพราะสาเหตุส่วนใหญ่มาจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งทำให้เลือดหยุดไหลไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการเสียชีวิตอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ในทางการแพทย์แล้ว ร่างกายอาจเคยส่งสัญญาณบางอย่างมาก่อน เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก หรือวูบเป็นครั้งคราว แต่กลับถูกมองข้ามไป และไม่ได้เข้ารับการตรวจเชิงลึกอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง บางรายอาจเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม หากครอบครัวมีประวัติหรือสงสสัยในอาการควรตรวจหาสาเหตุเพื่อป้องกันไว้ก่อน
“แม้ภาวะเสียชีวิตกะทันหันจะดูเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดคะเนได้ แต่ในทางการแพทย์ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจเชิงลึก ซึ่งลดความเสี่ยงการเสียชีวิตกะทันหันในกลุ่มคนทั่วไปได้ประมาณ 40 - 60% และ 60 - 80% ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง”
นพ.อุดม สุทธิพนไพศาล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา โรคหลอดเลือดสมอง และรังสีร่วมรักษาระบบประสาท กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่มักถูกมองข้าม คือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ร่างกายสูญเสียสมดุล และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และหากเกิดภาวะเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง จะส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจ ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที”
ผศ.นพ.จิรยศ จินตนาดิลก แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ และเวชศาสตร์โรคปอด กล่าวว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รุนแรงได้ในขณะนอนหลับ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองเชิงลึกแบบเฉพาะทาง (Targeted Prevention) เป็นการตรวจเชิงลึกที่ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงรอบด้าน ได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด สมองและระบบประสาท การนอนหลับ และโรคทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย ที่จะช่วยให้ “รู้ทันสัญญาณเตือนของโรค” เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด ให้กลายเป็นความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้







