thansettakij
thansettakij
แพทย์เตือน ‘กรดแลคติกสูง’ กระทบการทำงานของอวัยวะภายใน อันตรายถึงชีวิต

แพทย์เตือน ‘กรดแลคติกสูง’ กระทบการทำงานของอวัยวะภายใน อันตรายถึงชีวิต

08 มี.ค. 2569 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มี.ค. 2569 | 08:43 น.

รพ.ราชวิถี ชี้ ภาวะกรดแลคติกในเลือดสูง ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์ และอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

KEY

POINTS

  • ภาวะกรดแลคติกสูงเกิดจากร่างกายมีกรดแลคติกในเลือดมากเกินไป มักเกิดจากเซลล์ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ
  • สาเหตุสำคัญมาจากภาวะเจ็บป่วยรุนแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะช็อก โรคหัวใจล้มเหลว โรคตับและไต หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
  • อาการเตือนที่ควรสังเกตคือ อ่อนเพลียผิดปกติ หายใจเร็วหรือลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง หากรุนแรงอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำหรือหมดสติได้
  • ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

ภาวะกรดแลคติกสูง (Lactic acidosis) คือ ภาวะที่มีกรดแลคติกในเลือดสูงกว่าปกติ กรดชนิดนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดกรดแลคติกออกได้ โดยตับเป็นอวัยวะสำคัญในการช่วยกำจัด หากร่างกายมีการสร้างกรดแลคติกมากผิดปกติ หรือไม่สามารถกำจัดออกได้ดี ก็จะทำให้เกิดภาวะกรดแลคติกสูงขึ้นได้

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดี กรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะกรดแลคติกสูง (Lactic acidosis) มักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ไม่เพียงพอ ทำให้เซลล์ต้องสร้างพลังงานในรูปแบบที่ก่อให้เกิดกรดแลคติกมากขึ้น สาเหตุที่พบได้ เช่น ภาวะติดเชื้อรุนแรง ภาวะช็อก โรคหัวใจล้มเหลว โรคตับหรือไต

รวมถึงการออกกำลังกายอย่างหนัก ความรุนแรงของภาวะกรดแลคติกสูง มีได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง จนถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์ และอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายและเสียชีวิตได้ จึงถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ควรได้รับการประเมินรักษาโดยเร็ว

ด้านนายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า การประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะกรดแลคติกสูง ต้องพิจารณาทั้งระดับความรุนแรงของความเป็นกรดและสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดความเร่งด่วนและแนวทางในการรักษา หากร่างกายมีการสร้างกรดแลคติกมากผิดปกติ

แพทย์เตือน ‘กรดแลคติกสูง’ กระทบการทำงานของอวัยวะภายใน อันตรายถึงชีวิต

อาการสำคัญคือ อ่อนเพลียผิดปกติ หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เวียนศีรษะ สับสน หรือหัวใจเต้นเร็ว เมื่อมีอาการรุนแรงอาจเกิดความดันโลหิตต่ำหรือหมดสติได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ

นายแพทย์ธนิศร หาญศิริการ งานโรคไต กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวอย่างสาเหตุที่พบได้บ่อย เช่น ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดและมีกรดแลคติกสูง มักบ่งชี้ว่าการติดเชื้อมีความรุนแรงมากขึ้นและมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะดังกล่าว โดยการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การให้ยาปฏิชีวนะ การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และการใช้ยากระตุ้นความดันโลหิตตามความเหมาะสม

อีกกรณีหนึ่งคือผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานยาเม็ทฟอร์มิน (metformin) โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไตวายร่วมด้วย อาจเกิดภาวะกรดแลคติกสูงจากยาได้ การรักษาเริ่มจากการหยุดยาและให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ หากมีความรุนแรงมากอาจต้องให้สารละลายที่ช่วยลดความเป็นกรดในเลือดหรือทำการฟอกเลือดล้างไตเพื่อช่วยกำจัดยาออกจากร่างกาย

อาการของภาวะกรดแลคติกสูง (Lactic acidosis) มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสาเหตุของโรค เช่น อาจมีเพียงอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไปจนถึงหายใจหอบเหนื่อยผิดปกติ หรือระดับความรู้สึกตัวลดลง นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วยตามสาเหตุของโรค เช่น มีไข้ในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หากมีอาการผิดปกติหรือมีโรคประจำตัวร่วมกับอาการดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม