thansettakij
thansettakij
ตลาดศัลยกรรมโตแรง ไทยผงาดฮับเอเชีย รับเทรนด์ 'Beauty Longevity'

ตลาดศัลยกรรมโตแรง ไทยผงาดฮับเอเชีย รับเทรนด์ 'Beauty Longevity'

05 มี.ค. 2569 | 23:30 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 2569 | 23:36 น.

‘เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย’ จัดงาน ‘UNLOCK BEAUTY SAFE ZONE’ เจาะลึกตลาดศัลยกรรมไทย ชี้ยอดหัตถการพุ่ง สอดรับเทรนด์ 'Beauty Longevity'

KEY

POINTS

  • ตลาดศัลยกรรมความงามไทยคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 75,200 ล้านบาทในปี 2568 ผลักดันให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในสี่ศูนย์กลางด้านเวชศาสตร์ความงามที่สำคัญของเอเชีย
  • การเติบโตได้รับแรงหนุนจากสังคมผู้สูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยหัตถการที่ไม่ใช่การผ่าตัดบริเวณใบหน้าได้รับความนิยมสูง
  • เทรนด์ความงามเปลี่ยนสู่ 'Beauty Longevity' ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองเพื่อคุณภาพผิวที่ดีและสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว แทนความสวยตามกระแส

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย คาดว่าจะอยู่ที่ 75,200 ล้านบาท โต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของลูกค้า Medical Tourism ในไทย ทั้งยังมีกลุ่มลูกค้าศักยภาพใหม่ อาทิ กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQIA+) กลุ่ม GenZ และผู้ชาย ซึ่งจะเป็นฐานผู้ใช้บริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงทำให้หัตถการความงามประเภทไม่ผ่าตัดได้รับความนิยม และมีสัดส่วนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 26% 

โดยเทรนด์ศัลยกรรมและเสริมความงามที่ลูกค้าสนใจทำมากที่สุดจะอยู่ที่บริเวณช่วงใบหน้า คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 46% ของจำนวนการใช้บริการทั้งหมด ซึ่งสำหรับการเสริมความงามแบบไม่ผ่าตัดในไทย จะนิยมฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ไฮยาลูรอน และยกกระชับใบหน้าและลำคอ สอดคล้องกับความนิยมในการดูแลตัวเองด้วยศาสตร์แห่งการชะลอวัยเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ 

ขณะที่รายงานจาก SCBEIC ระบุว่า ธุรกิจบริการเวชศาสตร์มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง จากจำนวนผู้ใช้บริการหัตถการและศัลยกรรมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศไทยเองที่กลายเป็นศูนย์กลางหัตถการและศัลยกรรมความงามอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่า ‘ไทย’ เป็น 1 ใน 4 ฮับเวชศาสตร์ความงามที่สำคัญของเอเชีย โดยอีก 3 ประเทศ ได้แก่

  • เกาหลีใต้
  • ญี่ปุ่น
  • จีน

นายกฤษดา มงคลธารณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยสัดส่วนผู้บริโภคที่เริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย บริษัทชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องอัลเทอร่า และผลิตภัณฑ์ฉีดสำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม รวมถึงกลุ่มยกกระชับผิว Ultherapy จึงเดินหน้าสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ด้วยการจัดงาน ‘UNLOCK BEAUTY SAFE ZONE’

ตลาดศัลยกรรมโตแรง ไทยผงาดฮับเอเชีย รับเทรนด์ 'Beauty Longevity'

พร้อมเปิดแคมเปญ ‘Skin, by your design’ เติมเต็มในแบบคุณ ไปกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ฉีดของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ หรือ Merz Aesthetics Injectable Portfolio เพื่อยกระดับแนวคิดและสื่อสารจุดยืน “Safety First, Confidence Always” ของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์การดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน

นายกฤษดา กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ความงามยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ความสวยตามเทรนด์” สู่ “ความสวยที่มีความหมาย” โดยข้อมูลจาก Wisesight Research สะท้อนให้เห็น 1 ใน พฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีแนวคิดการดูแลตัวเองแบบ Longevity

โดยเน้นการ “อยู่ดีอย่างยั่งยืน” มากกว่าแค่ “อายุยืน” ผู้คนจึงหันมาดูแลทั้งกายและใจตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยใช้เทคโนโลยีช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย พร้อมเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสานพลังวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ เพื่อให้สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริงในระยะยาว ที่เรียกว่า ‘Beauty Longevity’”

ตลาดศัลยกรรมโตแรง ไทยผงาดฮับเอเชีย รับเทรนด์ 'Beauty Longevity'

ดังนั้น แผนการดำเนินงานของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ภายใน 1-3 ปีข้างหน้าจึงพร้อมเดินหน้าผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. สร้างแบรนด์บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือและมาตรฐานสากล สื่อสารจุดยืนของแบรนด์ในฐานะผู้นำด้าน ‘Medical Aesthetics’ ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่มีงานวิจัยรองรับ ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน 

2. ทำงานเชิงลึกกับแพทย์และคลินิกพันธมิตร วางแผนลงทุนด้าน ‘Medical Education’ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรม เวิร์กช็อป และ อัปเดตองค์ความรู้ สนับสนุนให้แพทย์นำเสนอการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย และ 3. สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา สร้างการรับรู้ผ่านคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจผลิตภัณฑ์ กลไกการทำงาน และ เลือกบริการบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง