thansettakij
thansettakij
'พัฒนา' ชูยุทธศาสตร์เปลี่ยน 'ข้อมูลสุขภาพ' เป็นขุมทรัพย์เศรษฐกิจดิจิทัล

'พัฒนา' ชูยุทธศาสตร์เปลี่ยน 'ข้อมูลสุขภาพ' เป็นขุมทรัพย์เศรษฐกิจดิจิทัล

21 ก.พ. 2569 | 12:00 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.พ. 2569 | 12:05 น.

รมว.พัฒนา เปิดยุทธศาสตร์พัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ตั้งเป้าสร้างสังคมสุขภาพดี สร้างความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ระหว่างประเทศ เพื่อความยั่งยืนระบบสุขภาพดิจิทัล และสร้างมูลค่าจากการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ บนฐานความปลอดภัยและธรรมาภิบาลองค์กร  

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขชูยุทธศาสตร์การเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ (Big Data) ให้เป็นทรัพยากรสำคัญเพื่อสร้างมูลค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
  • มุ่งพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลเพื่อประโยชน์ 3 ส่วนหลัก คือ ประชาชนเข้าถึงบริการง่าย บุคลากรทำงานมีประสิทธิภาพ และระบบสุขภาพของประเทศยั่งยืน
  • มีการนำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว เช่น "หมอพร้อม Super App" สำหรับประชาชน และการใช้ AI ช่วยบุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัยโรคและบริหารจัดการทรัพยากร

21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ อาคารมหิตลาธิเบศร แพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารดิจิทัลทางการแพทย์ รุ่นที่ 1 (ปดพ.1) โดยมี ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร ประธานหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารดิจิทัลทางการแพทย์ รุ่นที่ 1 (ปดพ.1) พล.อ.อ.นพ.อิทธพร  คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภาและผู้อำนวยการสถาบันมหิตลาธิเบศร คณะกรรมการบริหารหลักสูตรฯ และผู้เข้ารับการศึกษาร่วมงาน

นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งระบุว่า จากการคาดการณ์ระหว่างปี 2026 – 2030 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในโลกมากกว่า 10 ประเด็น อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าสู่สังคมสูงอายุ เทคโนโลยี AI  การเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด เป็นต้น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบกับสุขภาพ ในส่วนของประเทศไทย กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรจากอัตราการเกิดที่ลดลง ในปี 2568 มีเด็กเกิดน้อยที่สุดในรอบ 75 ปี (น้อยกว่า 4.2 แสนคน)

ขณะที่คนเสียชีวิตช้าลง คนสูงอายุมากขึ้น ทำให้ต้องใช้งบประมาณในการดูแลสุขภาพสูงขึ้น การนำเทคโนโลยีมาช่วยดูแลสุขภาพจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ โดยกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล 3 ส่วนหลัก คือ

1. ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่าย เท่าเทียม และทั่วถึง

2. บุคลากร นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพในการดูแลผู้ป่วย และลดภาระงาน

3. ระบบสุขภาพของประเทศ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทั้งระบบ ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

สำหรับระบบสุขภาพดิจิทัลของกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแบบไว้อย่างครบถ้วนและมั่นคง โดย 1) ดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล มาตรฐานสากล มีความโปร่งใส และเชื่อถือได้

2) มีองค์ประกอบ สำคัญ ทั้งด้านโครงสร้าง การบริการ เทคโนโลยี ข้อมูล และ การยึดแนวคิดเรื่องความคุ้มค่า

3) ส่งเสริมบุคลากรให้มีทักษะด้านดิจิทับ พร้อมปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลง

'พัฒนา' ชูยุทธศาสตร์เปลี่ยน 'ข้อมูลสุขภาพ' เป็นขุมทรัพย์เศรษฐกิจดิจิทัล

4) มีกลไกการสร้างระบบสุขภาพดิจิทัลที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนาภายใต้แนวคิด "หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี" โดยมี หมอพร้อม Super App เป็นหนึ่งในโครงการหลักที่จะช่วยให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพตัวเองได้ มีการแจ้งเตือนนัดหมาย เลือกนัดออนไลน์ เปิดใบรับรองเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์มือถือ และยังเพิ่มฟังก์ชันส่งเสริมสุขภาพ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพมากขึ้น เช่น ระบบนับก้าวแลกคะแนนและรับรางวัล สามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ วัคซีน / การตรวจคัดกรองโรค และ AI ให้คำแนะนำ 

ในส่วนของระบบหลังบ้าน ได้จัดทำฐานข้อมูลเพื่อบริหารจัดการทรัพยากร เช่น ระบบ Dashboard ความหนาแน่นของเตียงในแต่ละโรงพยาบาล เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ ระบบประเมินความพึงพอใจผู้ใช้บริการโรงพยาบาลอัตโนมัติ เพื่อติดตามผลและนำไปปรับปรุงคุณภาพการบริการ และยังนำ AI มาใช้ในระบบบริการ เช่น อ่านฟิล์มเอกซเรย์คัดกรองวัณโรคและมะเร็งปอด คัดกรองภาพถ่ายจอประสาทตา คัดกรองสุขภาพจิต โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้านสุขภาพของประเทศต่อไป

'พัฒนา' ชูยุทธศาสตร์เปลี่ยน 'ข้อมูลสุขภาพ' เป็นขุมทรัพย์เศรษฐกิจดิจิทัล

" เรามองทิศทางระบบสุขภาพดิจิทัลในอนาคตไว้ 3 ส่วน 1. สร้างสังคมสุขภาพดี ด้วยการสร้างแรงจูงใจทางสังคมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 2. สร้างความร่วมมือทั้งรัฐ เอกชน และระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ระบบสุขภาพดิจิทัล และ 3. สร้างมูลค่าจากการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ บนฐานความปลอดภัย และธรรมาภิบาลองค์กร ซึ่งเรามีจุดแข็ง คือ ฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก" นายพัฒนากล่าว