

KEY
POINTS
ข้ออมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตมากถึง 20.5 ล้านคน และ 1 ใน 5 เป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ขณะที่ข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ของประเทศไทยปี 2568 มีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสะสมมากถึง 2.6 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี สถิติล่าสุด (ช่วง ต.ค. 67 - ก.ย. 68) มีผู้เสียชีวิตกว่า 33,261 คน
ผศ.นพ.บุลวัชร์ หอมวิเศษ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า อาจระบุจำนวนที่แน่นอนของผู้ป่วยโรคหัวใจในเคสต่างๆ ของประเทศไทยไม่ได้ชัด แต่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ มีจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่เข้ามารับการรักษาในคลินิกโรคหัวใจ (OPD) รวมหลักหมื่นคนต่อปี
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาต่อเนื่องกับหมอหัวใจ(อายุรแพทย์โรคหัวใจ) และที่อาการหนักจำเป็นต้องผ่านการคัดกรองเพื่อผ่าตัด หรือมีความจำเป็นต้องรับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ส่วนใหญ่จะผ่าตัดเปิดทรวงอกกับหมอผ่าตัดหัวใจ(ศัลยแพทย์หัวใจ) เฉลี่ยประมาณ 300-350 รายต่อปี
โดยการผ่าตัดหัวใจมีความยากและมีความเสี่ยงสูง ถ้ามีปัญหาก็อาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ แม้ปัจจุบันความเสี่ยงจะเริ่มต่ำลงเพราะแพทย์มีความชำนาญมากขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยได้รับผลกระทบหลังการผ่าตัดพอสมควร การผ่าตัดจึงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดกระดูกหน้าอกแผลใหญ่ เป็นผ่าตัดแผลเล็กที่ไม่ตัดกระดูกหน้าอกแต่เข้าทางด้านข้างแทน และแผลเล็กในระดับสูงสุด คือ การใช้หุ่นยนต์
ด้วยเหตุนี้ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ จึงได้พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ระดับสูง ผ่าตัดหัวใจด้วยหุ่นยนต์ “Da Vinci XI System” สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าครั้งสำคัญของศัลยกรรมหัวใจ สะท้อนศักยภาพทีมแพทย์ของไทยในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลกมาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วยให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ผศ.นพ.บุลวัชร์ กล่าวว่า ปกติแล้วการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในประเทศไทยมีมานาน 10-20 ปี มีหุ่นยนต์หลากหลายแบบและหลายรุ่น แต่การใช้หุ่นยนต์ที่ช่วยผ่าตัดหัวใจรุ่น Da Vinci XI ยังไม่เคยมีมาก่อน และในประเทศไทยคาดการณ์ว่ามีประมาณ 6-7 ตัว กระจายตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่ ใช้ผ่าตัดรักษาหลายโรค ซึ่งยังไม่มีใครนำมาผ่าตัดด้านหัวใจ
ดังนั้น รพ.ธรรมศาสตร์ฯ จึงถือได้ว่าเป็นรายแรกในประเทศไทย ขณะนี้ผ่าตัดในเฟสแรกไปแล้วประมาณ 10 ราย ตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2569 นี้ จะทำการผ่าตัดมากกว่า 50 ราย โดยกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนไข้ผู้สูงอายุเฉลี่ย 60-80 ปี เรียกได้ว่าเป็นแนวทางที่ทำให้ฟื้นตัวเร็ว และเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิม
และหากเปรียบเทียบนวัตกรรมด้านการผ่าตัดโรคหัวใจของไทยในปี 2569 ที่ได้ใช้การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Da Vinci XI ถือว่าประเทศไทยได้ก้าวขึ้นไปเทียบเท่าประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาแล้ว แม้จะตามหลังช้ากว่าราว 10 ปี ก็ถือว่าเป็นศักราชใหม่ของการผ่าตัดหัวใจในไทย ที่เชื่อได้ว่าในอนาคตการผ่าตัดแบบแผลเล็กและหุ่นยนต์จะเป็นมาตรฐานหลักต่อไป
“ตอนนี้การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Da Vinci XI สามารถทำได้หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ, ปิดรูรั่วในผนังหัวใจ, ตัดเนื้องอกในหัวใจ และการทำ บายพาสหัวใจในบางกรณี ในอนาคตก็อยากให้ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เป็น Training Center ศูนย์พัฒนาบุคลากรและเพิ่มศักยภาพของแพทย์ในด้านนี้ด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดเฉพาะเรื่องราคาสูง ตัวเครื่องหุ่นยนต์ผ่าตัดมีมูลค่าในระดับหลักร้อยล้านบาท มีค่าบำรุงรักษา (Maintenance) อุปกรณ์ต่อปีที่สูงมาก ส่งผลให้ค่ารักษาแพงขึ้นตามไปด้วย ทำให้เครื่องส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ในหลายกรณีของผู้ป่วยยังต้องอาศัยการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายจากภาครัฐ เพื่อให้คนไข้สามารถสิทธิ 30 บาท หรือประกันสังคมให้เข้าถึงได้มากขึ้น เพราะการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์คือการยกระดับศัลยกรรมหัวใจสู่มาตรฐานสากล