thansettakij
thansettakij
พบคนไทย 1 ใน 56 เป็นพาหะโรค “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” เด็กที่เกิดมาเสี่ยงสูงถึง 25%

พบคนไทย 1 ใน 56 เป็นพาหะโรค “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” เด็กที่เกิดมาเสี่ยงสูงถึง 25%

29 ต.ค. 68 | 22:55 น.

คนไทย 1 ใน 56 เป็นพาหะโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม พบเด็กที่เกิดมามีโอกาสป่วยโรนี้ได้ถึง 25% อัตราการเสียชีวิตสูง 1 ใน 10,000 คน

KEY

POINTS

  • สถิติพบว่าคนไทย 1 ใน 56 คนเป็นพาหะของยีนโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) โดยไม่แสดงอาการผิดปกติ
  • หากพ่อและแม่เป็นพาหะของโรคทั้งคู่ ลูกที่เกิดมาจะมีโอกาสเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงสูงถึง 25%
  • โรค SMA เป็นโรคทางพันธุกรรมรุนแรงที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและการหายใจ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในเด็ก
  • แพทย์แนะนำให้คู่รักที่วางแผนมีบุตรควรตรวจคัดกรองเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนครอบครัวล่วงหน้า

ผศ. นพ.กุณฑล วิชาจารย์ กุมารแพทย์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคพันธุกรรม สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า โรค “กล้ามเนื้ออ่อนแรงเอสเอ็มเอ” หรือ SMA (Spinal Muscular Atrophy) เป็นหนึ่งในโรคทางพันธุกรรมรุนแรงที่พบได้ในเด็กไทย ส่งผลให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ อ่อนแรงลงจนสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวและหายใจ เป็นภัยเงียบที่ทำให้เด็กไทยมีอัตราการเสียชีวิตสูงประมาณ 1 ใน 10,000 คน 

สถิติในประเทศไทยพบคนไทย 1 ใน 56 คนเป็นพาหะของยีนผิดปกติโดยไม่รู้ตัว เพราะผู้เป็นพาหะจะไม่แสดงอาการ แต่สามารถถ่ายทอดความผิดปกติไปยังลูกได้ ด้วยการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย ทำให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคได้ถึง 25% แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองพาหะ SMA ก่อนแต่งงานวางแผนมีบุตร

ปัจจุบันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอสเอ็มเอ (SMA: Spinal Muscular Atrophy) เป็นโรคหายากในเด็กที่พบได้เพิ่มมากขึ้น เกิดจากความผิดปกติของยีน SMN1 ซึ่งควบคุมการทำงานของเซลล์ประสาทสั่งการกล้ามเนื้อในไขสันหลัง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและฝ่อไปตามเวลา ทำให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ อ่อนแรงลงและเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว รวมถึงการหายใจ เด็กหลายคนไม่สามารถมีชีวิตยืนยาวเกิน 2 ปีหากไม่ได้รับการรักษา

พบคนไทย 1 ใน 56 เป็นพาหะโรค “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” เด็กที่เกิดมาเสี่ยงสูงถึง 25%

โรคนี้แบ่งออกเป็น SMA ชนิดที่ 1, 2, 3 และ ชนิดที่พบน้อย (ชนิดที่ 0 และ 4) แบ่งตามช่วงอายุที่เริ่มมีอาการและความรุนแรง ตั้งแต่ชนิดรุนแรงมาก (ชนิดที่ 0 และ 1) ที่แสดงอาการตั้งแต่ในครรภ์ อาจเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์ หรือช่วงทารกแรกเกิด - ช่วง 2 ขวบปีแรก จนถึงชนิดที่พบในผู้ใหญ่ อาการไม่รุนแรงมาก

“การตรวจคัดกรองพาหะทำได้ด้วยการเจาะเลือดตรวจหาการขาดหายของเอกซอนที่ 7 ของยีน SMN1 โดยถ้าพบว่าเอกซอนที่ 7 หายไปหนึ่งข้างจะเป็นพาหะ ถ้าหายไปทั้ง 2 ข้างจะเป็นโรค ผู้ที่เป็นพาหะจะไม่แสดงอาการ แต่หากคู่สมรสที่เป็นพาหะทั้งคู่แต่งงานกัน จะมีโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคสูงถึงร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ในทุก ๆ การตั้งครรภ์ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางพันธุศาสตร์ทั้งก่อนและหลังตรวจจึงจำเป็น เพื่อช่วยแปลผลและวางแผนครอบครัวอย่างเหมาะสม”

พบคนไทย 1 ใน 56 เป็นพาหะโรค “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” เด็กที่เกิดมาเสี่ยงสูงถึง 25%

โรงพยาบาลขนาดใหญ่และโรงเรียนแพทย์ที่มีศูนย์โรคหายากเปิดให้บริการตรวจวินิจฉัยตรวจหาพาหะ และให้คำปรึกษา เช่น รพ.จุฬาลงกรณ์, รพ.ศิริราช, รพ.รามาธิบดี, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.ธรรมศาสตร์, รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น, รพ.มหาราชนครเชียงใหม่, รพ.สงขลานครินทร์ เป็นต้น

สำหรับครอบครัวผู้ป่วย วันที่ได้รับคำวินิจฉัยว่า “ลูกของคุณเป็น SMA” คือจุดเริ่มต้นของการเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งการดูแลสุขภาพที่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง แม้ปัจจุบันจะมียารักษาใหม่ ๆ และการบำบัดด้วยยีนที่ช่วยยืดอายุและชะลออาการ แต่ปัญหาสำคัญคือราคายาที่สูงมากจนหลายครอบครัวเข้าถึงได้ยาก นอกจากค่ายาแล้วยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องช่วยหายใจ กายภาพบำบัด และโภชนาการที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้ครอบครัวต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมหาศาล

พบคนไทย 1 ใน 56 เป็นพาหะโรค “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” เด็กที่เกิดมาเสี่ยงสูงถึง 25%

ผศ. นพ.กุณฑล กล่าวว่า การพบว่าลูกป่วยเป็นโรค SMA ทำให้ครอบครัวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย ความหวังในชีวิตปกติของเด็กหายไป ความกังวลและคำถามว่า "ทำไมต้องเป็นลูกเรา" สามารถนำไปสู่ภาวะเครียดและซึมเศร้าได้ สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสังคมตามมา ครอบครัวผู้ป่วยโรค SMA ในประเทศไทย จึงรวมพลังกันสร้างชุมชนเข้มแข็ง แบ่งปันประสบการณ์และความรู้เพื่อการดูแล พร้อมทั้งร่วมผลักดันทางนโยบายเพื่อให้ยารักษาโรค SMA ได้รับการบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ของรัฐ โดยมีเป้าหมายภายในสิ้นปี 2568 เพื่อช่วยให้สิทธิการรักษาเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

โดยกลุ่ม SMA Thailand และพันธมิตร ร่วมจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ทางสังคม นอกจากกิจกรรม SMA Day ที่จัดขึ้นเป็นประจำในเดือนสิงหาคมของทุกปีแล้ว ยังเข้าร่วม Rare Disease Day และ Pride Month เพื่อเรียกร้องความเข้าใจและส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาโดยไม่มีความเหลื่อมล้ำเสียงจากครอบครัว SMA Thailand สะท้อนตรงกันว่า “สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการไม่ใช่เพียงยา แต่คือโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

พบคนไทย 1 ใน 56 เป็นพาหะโรค “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” เด็กที่เกิดมาเสี่ยงสูงถึง 25%

สำหรับคู่รักที่วางแผนแต่งงานหรือมีบุตร การตรวจคัดกรองพาหะโรค SMA จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะความรู้และความพร้อมในวันนี้ จะปกป้องอนาคตของลูก และช่วยให้ครอบครัวมีความหวังในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เพราะโรค SMA ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การรู้เท่าทันและเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรอง รวมถึงการได้รับสิทธิการรักษาที่เท่าเทียมกันในชุดสิทธิประโยชน์ของรัฐ จะช่ววสร้างชีวิตครอบครัวอย่างมั่นใจและปลอดภัย