
“ศิริราช” เดินหน้าแนวคิด One Siriraj ภารกิจ 1,461 วัน พิชิต Top 100 ของโลก
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เดินหน้าภารกิจ 4 ปี ยกระดับสู่สถาบันทางการแพทย์ระดับ World Class ติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลก พร้อมวาง “Trust and Respect” เป็น Core Value สร้างสังคมแห่งความไว้วางใจ ภายใต้แนวคิด “One Siriraj”
KEY
POINTS
- ศิริราชตั้งเป้าหมายติดอันดับ 1 ใน 100 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดของโลกภายใน 4 ปี (พ.ศ. 2569-2573) หรือภารกิจ 1,461 วัน
- ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “One Siriraj” ที่จะหลอมรวม 3 ภารกิจหลัก (การศึกษา, วิจัยนวัตกรรม, การรักษา) และรวมการบริหาร 3 แคมปัสหลักให้เป็นหนึ่งเดียว
- มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรกับภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ (PPP) เพื่อพัฒนางานวิจัยและยกระดับการบริการสู่มาตรฐานสากล
ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ศิริราช คือระบบสุขภาพขนาดใหญ่ที่ต้องรับมือทั้งคนไข้นับล้าน ตลอดจนงานวิจัยระดับโลก และการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในวาระ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2569 - 2573 ได้วางเป้าหมายจะนำพาศิริราชติดอันดับโรงพยาบาล 1 ใน 100 ของโลก ภายใต้แนวคิด “One Siriraj” ที่จะรวมการศึกษา วิจัยนวัตกรรม และการรักษาพยาบาลให้เป็นพลังเดียวกัน
“ภายใต้ภารกิจ 1,461 วัน เรามีเป้าหมายสำคัญคือการนำคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลไปสู่การเป็นสถาบันทางการแพทย์ระดับ World Class โดยให้ความสำคัญและตระหนักถึงคุณค่าของบุคลากรชาวศิริราชทุกคน มีนโยบายสำคัญคือ “Trust and Respect” ที่จะประสาน สมาน เชื่อมโยงคุณค่าเหล่านี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมสร้างพันธมิตรกับภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำให้พันธกิจที่ตั้งใจไว้สำเร็จ”
3 พันธกิจหลัก “ศิริราช”
โดยพันธกิจหลักของศิริราชประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการศึกษาและการสร้างคน บุคลากรต้องโดดเด่น “ทรงปัญญา” นอกเหนือจากองค์ความรู้และความสามารถ จะหล่อหลอมให้คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ แยกแยะ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม
2. ด้านงานวิจัยและนวัตกรรม บุคคลากรต้องสามารถนำสิ่งที่คิดและสังเคราะห์ได้ นำไปลงมือทำ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ต้องกล้าที่จะนำสิ่งใหม่ ๆ มาสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม โดยงานวิจัยและนวัตกรรมจะไม่สิ้นสุดเพียงการตีพิมพ์ในวารสาร แต่ต้อง Translation หรือประยุกต์นำไปใช้จริง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติ หรือ Real-world Impact และ 3. การดูแลผู้ป่วยและประชาชน ซึ่งต้องคงไว้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งหน่วยงานใหม่ในชื่อ “ฝ่ายนวัตปัญญา” เพื่อเพาะบ่มและสร้างสรรค์ปัญญาให้บัณฑิตทุกหลักสูตร ทั้งด้านจิตสาธารณะ Crisis Management หลักสูตรการเป็นผู้นำ และการแก้ไขปัญหาแบบ People-centered ให้เกิดรูปแบบการดูแลใหม่ สนับสนุนความเป็นเลิศทางวิชาการและก้าวสู่ระดับโลก และขยายบริการไปสู่การป้องกันมากขึ้น เหนือกว่านั้นคือ Early Detection หรือการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ตรวจพบบางโรคตั้งแต่ในครรภ์ ดูแลรักษาตั้งแต่ก่อนคลอด เพื่อให้เด็กเกิดมา มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ขณะเดียวกัน จะนำอุปกรณ์ Device และองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบก่อนเกิดโรค สร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชน เมื่ออายุมากขึ้นต้องมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ในด้าน Prevention จะมีหน่วยงานดูแลป้องกันโรคที่ไม่ควรเกิด เช่น NCDs ทั้งโรคความดัน เบาหวาน และโรคหัวใจ รวมถึงการดูแลผู้ที่เกิดโรคแล้วให้อยู่กับโรคได้อย่างดี
3 แคมปัสหลัก ภายใต้ One Siriraj
ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่า ศิริราชจะรวมการบริหารจัดการของ 3 แคมปัสหลัก เข้าด้วยกัน ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช, ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) และ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก พร้อมเชื่อมโยงไปถึงโครงการขยายบริการในอนาคต เช่น ศิริราช บางโพ และ อาคารสถานีรถไฟฟ้าศิริราช เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
โครงสร้างการบริหารของศิริราช ผู้บริหารทั้ง 3 โรงพยาบาลจะจัดประชุมบอร์ดร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน เพื่อวางนโยบาย จัดสรรบุคลากร และเชื่อมโยงทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นระบบ จัดสรรทรัพยากรและการส่งต่อผู้ป่วย กระจายและเกลี่ยภาระผู้ป่วยเพื่อลดความแออัดของแคมปัสใหญ่ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยต้องรอนานในทุกสิทธิการรักษา (บัตรทอง/สปสช., กรมบัญชีกลาง, ประกันสังคม หรือจ่ายเอง) โดยสามารถรับการดูแลรักษาในมาตรฐานเดียวกัน
“การดำเนินการนี้เปรียบเหมือนช้าง 3 เศียร เชื่อมต่ออยู่บนลำตัวเดียวกัน คือ One Siriraj ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบสนับสนุน (ฝ่าย HR, การเงินการคลัง, ทรัพย์สิน) และใช้เทคโนโลยี AI และระบบสารสนเทศเปรียบเสมือนปีกในการโบยบินเพื่อสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติ”
เดินหน้า PPP จับมือรัฐ-เอกชน-ต่างประเทศ
นอกจากนี้ ศิริราชมีนโยบายเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน หรือ PPP หลายด้าน ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ด้านงานวิจัยก็จะร่วมมือกับเอกชนที่มีโรงงานสำหรับทดสอบและทดลอง เพื่อร่วมกันผลิตยามุ่งเป้า และ Advance Therapeutics ขณะที่ความร่วมมือกับต่างประเทศจะร่วมกับสิงคโปร์และสหรัฐฯ ในส่วน Clinical Center ที่มีมาตรฐานสูง ตัวอย่างเช่น ศูนย์ผู้สูงอายุที่สมุทรสาคร ร่วมมือกับสิงคโปร์และญี่ปุ่นในการพัฒนาหลักสูตร สร้างบุคลากร และระบบดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร
ส่วนเอกชนไทย จะร่วมลงทุนในโครงการพื้นฐาน เช่น อาคารที่จอดรถ ให้เอกชนลงทุน ขณะที่ศิริราชสร้าง Extended OPD ร่วมกัน ทำให้ประชาชนได้ที่จอดรถ และศิริราชได้ Extended OPD นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนด้าน SDG, Planetary Health และ Green Energy รวมถึงการเป็น Partner กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อผลิตนวัตกรรมและทำวิจัยร่วมกัน ซึ่งเป็นการ Synergy และ Synchronize ภายใน และ Synergize กับภายนอก
“ศิริราช” รองรับผู้ป่วยมากที่สุดในอาเซียน
ปัจจุบันบุคลากรของ “ศิริราช” ทั้ง 3 แห่งรวมกันประมาณ 23,000 คน มีผู้ป่วยนอก หรือผู้ป่วย OPD ของศิริราชเฉพาะแคมปัสใหญ่สูงเฉียด 6 ล้านคนต่อปี (Visit) ถือว่ามากที่สุดในอาเซียน หากรวมศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก จะมีมากกว่า 6 ล้านคนต่อปี โดยทั้ง 3 แห่งมีเตียงรวมกันเกือบ 3,000 เตียง
สัดส่วนของผู้เข้าใช้บริการแบ่งเป็น สิทธิสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประมาณ 50% สิทธิกรมบัญชีกลางหรือข้าราชการ (ขรก.) 30% กองทุนประกันสังคม (ปกส.) 18% และผู้ใช้บริการจ่ายเอง 10% โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ผู้ถือสิทธิประกันสังคมศิริราช สามารถไปใช้บริการที่ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ได้เพิ่มอีกแห่งหนึ่งเพื่อความสะดวกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่า ศิริราชยังรับภาระขาดทุนจาก สปสช. มากกว่ากว่า 1,000 ล้านบาทต่อ ต้องนำรายได้จากศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และเงินบริจาคจากมูลนิธิมาชดเชย ดังนั้น ทีมบริหาร “1461 Adventure Team” หรือศิริราช 1,461 วัน ตามวาระ 4 ปี จะใช้เวลาทุกวันให้คุ้มค่าที่สุด สร้าง Flagship Project นำ AI และ Digital Transformation มาใช้ให้ทั่วทั้งศิริราช เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน ขับเคลื่อน Health Policy, Genomic Thailand และ ATMPs รวมถึงการปรับปรุงสถานที่ให้ “ปลอดภัย สะอาด สวยงาม”







