thansettakij
thansettakij
ศิริราชผนึก MIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ยกระดับ AI สู่ Agentic Healthcare

ศิริราชผนึก MIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ยกระดับ AI สู่ Agentic Healthcare

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT จัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ชูธีม Agentic Healthcare ดึงนักวิจัยระดับโลกร่วมถกบทบาท AI ยกระดับสุขภาพประชาชน

KEY

POINTS

  • ศิริราชร่วมมือกับ MIT จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ "Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026" เพื่อผลักดันนวัตกรรม AI ทางการแพทย์
  • ชูแนวคิด "Agentic Healthcare" ที่ AI จะเปลี่ยนบทบาทจากการทำนายผลไปสู่การวางแผนและลงมือปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย
  • ตั้งเป้าหมายผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน (ASEAN Health Innovation Hub)
  • เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาและจีน เพื่ออภิปรายบทบาทของ AI ต่อการยกระดับสุขภาพ

การยกระดับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการทำนายผลไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ศิริราชและ MIT ร่วมเปิดเวทีวิชาการระดับโลกเพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการสุขภาพไทยสู่ตลาดระดับสากล

ศิริราชผนึก MIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ จัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026”

ศิริราช x MIT Hacking Medicine 2026

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศจัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 16–20 ต.ค. 2569

ภายใต้ธีม “Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” (Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine) พร้อมเปิดเวทีกลางทางวิชาการ ให้นักวิจัยจากสถาบันชั้นนำระดับโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาและจีน ได้ร่วมอภิปรายบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ต่อการยกระดับสุขภาพของประชาชน โดยมีสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติทั่วโลก

จากเดิมที่ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ทำหน้าที่หลักในการ "ทำนาย" (Prediction) หรือประเมินความเสี่ยงและแนวโน้มของโรค ปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาไปสู่ระบบ Agentic Healthcare ที่ AI สามารถวางแผน ตัดสินใจ และ "ลงมือปฏิบัติ" ในกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้จริง การเปลี่ยนผ่านนี้นำมาซึ่งคำถามสำคัญเชิงจริยธรรมและการปฏิบัติทางการแพทย์ ซึ่งแปรเปลี่ยนจากความสามารถของเทคโนโลยี มาสู่ประเด็นเรื่องระดับความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัยของผู้ป่วย และผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่เกิดขึ้น

ศิริราช จับมือ MIT จัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026”

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี (2568–2570) กับ MIT Hacking Medicine เพื่อจัดงานประชุมวิชาการและ Hackathon ด้านนวัตกรรมระบบสุขภาพในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน” (ASEAN Health Innovation Hub)

ก่อนความร่วมมือดังกล่าวขยายผลสู่ “Si x MIT BeyondHack” ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมศิษย์เก่าจาก Hackathon ปีก่อน ๆ ที่ยังพัฒนาผลงานต่อเนื่อง กลับมานำเสนอผลงานต่อผู้เชี่ยวชาญจาก MIT และกลุ่มนักลงทุน

เชื่อมโยงสถาบันชั้นนำระดับโลกเพื่อการแพทย์มหาชน

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของงานในปีนี้ คือการวางตำแหน่งเป็นเวทีกลางทางวิชาการระดับนานาชาติที่ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยชั้นนำจากทั้งฝั่งสหรัฐอเมริกาและจีน มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based) เพื่ออภิปรายถึงบทบาทของ AI ต่อการยกระดับสุขภาพของประชาชน โดยได้รับใบสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติทั่วโลก

งาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ภายใต้แนวคิด Agentic Healthcare ดึงนักวิจัยระดับโลกร่วมถกบทบาท AI ยกระดับสุขภาพประชาชน

บุคลากรระดับโลกที่เข้าร่วมอภิปรายประกอบด้วย:

  • ฝั่งสหรัฐอเมริกา: Prof. Eric Grimson จาก MIT ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ และ Prof. Dr. Michael V. McConnell จาก Stanford University School of Medicine ผู้ค้นพบ “McConnell’s Sign” และมีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจกว่า 25 ปี รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard
  • ฝั่งจีน: Prof. Yang Liu จาก Tsinghua University ผู้ร่วมสร้าง AI Agent Hospital แห่งแรกของโลก และ Asst. Prof. Shenda Hong จาก National Institute of Health Data Science มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เจ้าของผลงานวิจัย AI ด้านสุขภาพที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร NEJM AI

ศ. นพ.อภิชาติ ระบุว่า การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลายระหว่างแพทย์ นักวิจัย และผู้ประกอบการไทยกับสถาบันระดับโลกในห้องเดียวกัน คือหัวใจสำคัญของการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน (ASEAN Health Innovation Hub)