
บอร์ดโรคติดต่อฯ เคาะเพิ่ม 4 โรคเฝ้าระวัง พร้อมคุมเข้มฐานข้อมูลวัคซีนรพ.รัฐ-เอกชนทั่วปท.
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ประกาศเพิ่ม 4 โรคใหม่ 'ลีเจียนแนร์-SFTS-RSV-งูสวัด' เข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลการฉีดวัคซีนทุกสังกัดทั่วประเทศ รับมือโรคทางเดินหายใจและโปลิโอชายแดน พร้อมเตือนไข้เลือดออกคร่าชีวิตแล้ว 39 ราย
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุขเตรียมประกาศเพิ่ม 4 โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ โรคลีเจียนแนร์, ไข้ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำชนิดรุนแรง (SFTS), โรคติดเชื้อไวรัส RSV และโรคงูสวัด
- เตรียมออกประกาศเพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลวัคซีนแบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ
- ขอความร่วมมือสถานพยาบาลทุกแห่ง โดยเฉพาะภาคเอกชน ให้รายงานข้อมูลการฉีดวัคซีนเข้าสู่ระบบกลางของประเทศ
18 กันยายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 โดยมี นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยการประชุมครั้งนี้มีประเด็นพิจารณาที่สำคัญ
1. ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ เพื่อรับรองฐานะทางกฎหมายของแผนงานเสริมความมั่นคงที่เป็นระบบเดียวกันแบบบูรณาการ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลวัคซีนของสถานพยาบาลรัฐทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รวมถึงโรงพยาบาลและคลินิกเอกชน โดยขอความร่วมมือสถานพยาบาลทุกแห่งโดยเฉพาะภาคเอกชนรายงานข้อมูลการให้วัคซีนในระบบรายงานข้อมูลวัคซีนและยังได้พิจารณาร่างคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
จ่อเพิ่ม 4 โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
2. ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง โดยกำหนดโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม 4 โรค ได้แก่ โรคลีเจียนแนร์ ไข้ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำชนิดรุนแรง (SFTS) โรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจจากเชื้อ RSV และโรคงูสวัด
ด้านนายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โรคที่สำคัญทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ พบโรคโควิด 19 และ RSV มากในเด็กเล็กอายุ 0-4 ปี และโรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กอายุ 5-9 ปี ขอให้หมั่นสังเกตอาการ ดูแลสุขอนามัย หากป่วยหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหรือพบแพทย์ สำหรับโรคโปลิโอ แม้จะไม่มีผู้ป่วยในประเทศไทย แต่ยังคงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เดือนสิงหาคม 2569 พบการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน จึงขอให้ผู้ที่มีบุตรหลานอายุต่ำกว่า 1 ปี เข้ารับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของวัคซีนโดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดน ส่วนโรคไข้เลือดออก ปีนี้พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 25,948 ราย เสียชีวิต 39 ราย
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ มีโรคประจำตัวและไปโรงพยาบาลช้า ดังนั้น หากมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องเกิน 2 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง กระหายน้ำ มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณแขน ขาและลำตัว ให้รีบไปโรงพยาบาล ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และโรคฝีดาษวานร ปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 338 ราย เสียชีวิต 2 ราย ขอให้ป้องกันโดยลดพฤติกรรมเสี่ยงและสังเกตอาการตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว
นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบ เรื่อง การยกเลิกสาธารณรัฐยูกันดาจากการเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้สาธารณรัฐยูกันดาเป็นประเทศปลอดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เนื่องจากไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เป็นระยะเวลา 42 วัน นับจากการพบผู้ป่วยรายสุดท้าย และการประชุมคณะกรรมการด้านวิชาการ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกสาธารณรัฐยูกันดาเป็นประเทศเขตติดโรคฯ







