thansettakij
thansettakij
เจาะ 3 แพลตฟอร์มคลาวด์กลางสุขภาพ เชื่อมข้อมูล รพ. ทั่วไทย

เจาะ 3 แพลตฟอร์มคลาวด์กลางสุขภาพ เชื่อมข้อมูล รพ. ทั่วไทย

18 ก.ย. 69 | 04:51 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ย. 69 | 05:05 น.

สธ. จับมือ ดีอี ผุดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เชื่อมข้อมูล รพ. ทั่วไทย หนุนบิ๊กดาต้า-AI วิเคราะห์โรคแม่นยำ ปลดล็อกข้อจำกัด สู่ยุค Digital Health เต็มรูปแบบ

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงดีอีร่วมกันพัฒนาระบบคลาวด์กลางสุขภาพ (GDCC) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ
  • โครงการขับเคลื่อนด้วย 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ, การใช้ AI และ Big Data วิเคราะห์ข้อมูล, และการรองรับบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
  • มีเป้าหมายเพื่อให้แพทย์เข้าถึงประวัติผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัยในการรักษา และผลักดันไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน Digital Health

การแถลงนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ปักหมุดหมายชัดเจนถึงการยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพสู่ยุค “รักษาฟรีทุกที่ ทันที” หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การบริการหน้างาน แต่คือการปฏิวัติ “ระบบหลังบ้าน” ให้เป็นดิจิทัล 100%  โดยมี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  เปิดเผยว่า สธ.ผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขับเคลื่อนโครงการนี้ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยย้ายข้อมูลสุขภาพจากระบบเดิมที่กระจัดกระจายในแต่ละหน่วยงาน มาไว้บนระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

"ยกระดับบริการสุขภาพด้วยระบบคลาวด์กลาง เชื่อมข้อมูลการรักษาจากทุกโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน ช่วยให้หมอรู้จักประวัติคนไข้ได้ทันทีแม้ไปต่างที่ เพื่อการรักษาที่ต่อเนื่อง รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าเดิม" นายพัฒนา กล่าว พร้อมระบุว่า เป้าหมายสูงสุดคือผลักดันให้ไทยก้าวสู่ผู้นำด้าน Global Digital Leadership อย่างเต็มตัว

เจาะขุมพลัง "คลาวด์กลาง" พลิกโฉมสาธารณสุขไทย

การขับเคลื่อนครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ 3 ส่วนหลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนผ่านระบบสุขภาพไทย ดังนี้:

  • แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพไร้รอยต่อ เปลี่ยนการจัดเก็บจากระบบเดิมที่กระจัดกระจาย มาอยู่บน คลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ที่มีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับมาตรฐานสากล ช่วยให้แพทย์เห็นประวัติคนไข้แบบ Real-time แม้คนไข้จะไปรักษาในโรงพยาบาลที่ต่างสังกัด
  • AI & Big Data Analytics: การเปลี่ยนข้อมูลมหาศาลให้เป็นขุมทรัพย์เชิงนโยบาย ระบบ AI จะเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ ลดการตรวจซ้ำซ้อน และช่วยรัฐบริหารงบประมาณรายหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Telemedicine Infrastructure: แพลตฟอร์มรองรับบริการทางการแพทย์ทางไกล เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ตอบโจทย์ "รักษาทุกที่ ทุกเวลา" อย่างเป็นรูปธรรม

"โครงการนี้คือการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันไทยสู่ Global Digital Leadership ข้อมูลที่เชื่อมถึงกันจะทำให้หมอรู้จักประวัติคนไข้ทันที ลดความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา" นายพัฒนา ระบุ

 

ปูพรม "ศูนย์กลางข้อมูลส่วนบุคคล"

ทางด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเชื่อมโยงหน่วยบริการสาธารณสุขเข้าระบบ เป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง “ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของประเทศ” ซึ่งจะไม่เป็นเพียงแค่ฐานข้อมูลการรักษา แต่จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสุขภาพ (Digital Health) เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงมาตรฐานการรักษาที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศ

การพัฒนาคลาวด์กลางข้อมูลสุขภาพนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับระบบบริการสุขภาพในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Health อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และรองรับการเปลี่ยนผ่านของระบบสาธารณสุขในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว