
ปัญหาใหญ่วันนี้ ติดจอ คอเสื่อม สังคมก้มหน้า ที่ต้องปรับตัว
การใช้สมาร์ทโฟน โน๊ตบุ๊ค รวมถึงอุปกรณ์ดิจิทัลที่วันนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน แต่การก้มมองหน้าจอหรืออยู่ในท่าเดิมต่อเนื่องหลายชั่วโมง อาจทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอต้องรับแรงมากขึ้น
KEY
POINTS
- พฤติกรรมการก้มหน้าใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้กระดูกคอรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย
- ภาวะกระดูกคอเสื่อมที่เคยพบมากในผู้สูงอายุ ปัจจุบันพบได้บ่อยขึ้นในกลุ่มคนอายุน้อยและวัยทำงาน เนื่องจากการใช้ชีวิตในสังคมก้มหน้า
- อาการที่พบได้บ่อยคือ ปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรัง คอแข็ง หรืออาจมีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงที่แขนและมือ
- หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น การปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด แต่หากปล่อยไว้นานจนกดทับเส้นประสาทอาจต้องผ่าตัด
การใช้สมาร์ทโฟน โน๊ตบุ๊ค รวมถึงอุปกรณ์ดิจิทัลที่วันนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน แต่การก้มมองหน้าจอหรืออยู่ในท่าเดิมต่อเนื่องหลายชั่วโมง อาจทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอต้องรับแรงมากขึ้น จนนำไปสู่อาการปวดคอเรื้อรัง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ได้
Cervical Spondylosis คือภาวะความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างต่าง ๆ ได้แก่ หมอนรองกระดูกสันหลัง, ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ และเอ็นและเนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปภาวะนี้มักพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพทย์พบว่าภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในคนอายุน้อยมากขึ้น ซึ่งเรียกว่า กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย (Early-onset Cervical Spondylosis) โดยมักสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การก้มคอเป็นเวลานาน การใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการใช้กล้ามเนื้อคอและบ่าซ้ำ ๆ โดยไม่ได้พัก
เมื่อหมอนรองกระดูกหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม อาจทำให้เกิดอาการปวดคอ การเคลื่อนไหวลดลง และในบางกรณีอาจมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ
ขณะก้มศีรษะลงเพื่อมองมือถือ น้ำหนักศีรษะที่ปกติประมาณ 4-5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกดบนกระดูกคอเป็น 20-27 กิโลกรัม เมื่อก้มคอลงมากยิ่งก้มค้างไว้นานเท่าไร หมอนรองกระดูกถูกกดทับมากขึ้น กล้ามเนื้อคอและบ่าทำงานหนักผิดปกติ และแนวกระดูกคอเสียสมดุล พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่า Text Neck Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในคนอายุน้อย
นอกจากการใช้มือถือแล้ว การดูซีรีส์หรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอได้เช่นกัน เช่น นั่งเอนหลังโดยคอพับ นั่งก้มคอบนโซฟาเป็นเวลานาน ดูจอที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา นั่งทำงานหน้าจอหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ เมื่อกล้ามเนื้อคอทำงานต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก อาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ ความตึงของข้อต่อ และเพิ่มภาระต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง
อาการของภาวะกระดูกคอเสื่อมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับระดับของการเสื่อมและโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ อาการที่พบได้ เช่น ปวดคอ บ่า หรือไหล่, คอแข็งหรือเคลื่อนไหวได้จำกัด, ปวดร้าวจากคอลงไปที่สะบักหรือแขน, ชาหรืออ่อนแรงที่แขน มือ หรือปลายนิ้ว รวมถึงปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ
การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอมักเริ่มจากการซักประวัติและประเมินพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน การตรวจร่างกายระบบกระดูกและระบบประสาท การตรวจภาพทางการแพทย์ เช่น X-ray หรือ MRI ในกรณีที่จำเป็น
หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย สามารถดูแลรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ในหลายกรณี เช่น กายภาพบำบัดเฉพาะทาง, ปรับท่าทางการใช้งานในชีวิตประจำวัน,บริหารกล้ามเนื้อคอและหลัง, ใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบ (ตามดุลยพินิจแพทย์)
แต่หากปล่อยไว้นานจนเกิดการกดทับเส้นประสาทรุนแรง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งปัจจุบันแพทย์จะใช้เทคนิคผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery) ทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเร็วขึ้น







