
เปิดแผนไทยโกยรายได้เวลเนสโลก 1.45 ล้านล้านบาท ดึงลงทุน-ท่องเที่ยวคุณภาพ
ไทยเร่งเครื่องเวลเนส ตั้งเป้าชิงเม็ดเงินตลาดโลก 230 ล้านล้านบาท เดินหน้าปักหมุดภูเก็ต ดึงนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ ปั้นไทยฮับเวลเนสโลก
KEY
POINTS
- รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเวลเนสระดับโลก (Global Wellness Hub) โดยใช้ศักยภาพตลาดเวลเนสของไทยซึ่งมีมูลค่า 1.45 ล้านล้านบาท เพื่อดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
- ขับเคลื่อนแผนโดยการผสานภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงและผลักดันซอฟต์พาวเวอร์สู่ระดับสากล
- ใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง และเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit (GWS 2026) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายนักลงทุนและผู้นำในอุตสาหกรรมเวลเนสทั่วโลก
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเวลเนสระดับโลก (Global Wellness Hub) ผ่านการผสานภูมิปัญญากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมุ่งผลักดันมรดกภูมิปัญญาไทยสู่สากล รวมถึงเศรษฐกิจมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์และการส่งออก
ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ชี้ว่า ในปี 2567 (ค.ศ. 2024) เศรษฐกิจเวลเนสโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 230 ล้านล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ตลาดเวลเนสอันดับ 24 ของโลก ด้วยมูลค่าเศรษฐกิจ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท เติบโต 10.1%
สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่หนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมเวลเนสของโลก เฉพาะภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีความแข็งแกร่งเป็นอันดับ 15 ของโลก รัฐบาลจึงตั้งเป้าใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Hi-End และนักลงทุนที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป กระตุ้นการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศ
สร้างผลกระทบเชิงบวก 3 มิติ
โดยการดำเนินการผ่าน Global Wellness Summit (GWS 2026) ร่วมกับ 8 ภาคีเครือข่าย ที่จังหวัดภูเก็ตโดยมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับมูลค่าอุตสาหกรรมสมุนไพร นวดไทย ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ ควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการกระจายรายได้สู่ชุมชน
- ด้านซอฟต์พาวเวอร์ โดยผลักดันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และมาตรฐานการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการส่งเสริมสุขภาวะระยะยาว (Preventive & Longevity Care)
- ด้านระบบนิเวศสุขภาพ (Wellness Ecosystem) ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตสมุนไพร ผู้ประกอบการสปาและเวลเนส คลินิกและสถานพยาบาล ไปจนถึงเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเวลเนสไทยอย่างครบวงจรและยั่งยืน
ซูซี เอลลิส (Susie Ellis) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Global Wellness Institute (GWI) กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกประเทศไทยว่า ไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมในการสำรวจอนาคต มีประเพณีการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมที่มีมาอย่างยาวนาน กำลังถูกผสานรวมเข้ากับความพยายาม เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์-สุขภาพ (Medical-Wellness) และการแพทย์เชิงป้องกันแห่งใหม่ล่าสุดของโลก
เวลเนสหนึ่งในเศรษฐกิจอนาคต
นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งขับเคลื่อนระบบสุขภาพที่ยั่งยืน สอดรับกับทิศทางประเทศที่ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยเชื่อมโยงศักยภาพด้านการแพทย์ การแพทย์แผนไทย สมุนไพร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่
GWS 2026 จะเป็นพื้นที่ในการเชื่อมโยงความร่วมมือ การลงทุน และเครือข่ายสุขภาพระดับโลก ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และเวลเนสของภูมิภาคอย่างยั่งยืน โดยจะจัดวันที่ 10-13 พ.ย. 69
ดร.นพ.พงศธร กล่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เร่งขับเคลื่อนเวลเนสเชิงพื้นที่ผ่าน Thai Wellness Destination (TWD) ยกระดับสถานประกอบการสู่ศูนย์เวลเนสอัตลักษณ์ไทย และThai Wellness Community (TWC) พัฒนาชุมชนต้นแบบ สร้างมูลค่าจากสมุนไพร การแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้ 3 เสาหลักเศรษฐกิจสุขภาพ ได้แก่ การผสานภูมิปัญญากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การยกระดับสู่มาตรฐานสากลและเศรษฐกิจมูลค่าสูง และการผลักดันสู่เชิงพาณิชย์และการส่งออก
GWS 2026 จะเป็นพื้นที่เชื่อมไทยกับผู้นำและนักลงทุนระดับโลก ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลาง wellness ของโลกและเกิดการต่อยอดการลงทุน การท่องเที่ยวคุณภาพสูง และมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว







