thansettakij
thansettakij
ส่องแผน ONSENS ปั้น Wellness Ecosystem พลิกโฉม Yunomori พัทยา ตั้งเป้าโต 10-15%

ส่องแผน ONSENS ปั้น Wellness Ecosystem พลิกโฉม Yunomori พัทยา ตั้งเป้าโต 10-15%

16 ก.ค. 69 | 10:40 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ค. 69 | 11:19 น.

ONSENS เดินหน้ายกระดับแบรนด์ Yunomori เพิ่มบริการใหม่รับเทรนด์ Wellness เปิด Mixed Gender Onsen แห่งแรกของไทยที่พัทยา ตั้งเป้ารายได้และกำไรปี 2569 เติบโต 10-15%

KEY

POINTS

  • พลิกโฉมยูโนะโมริ สาขาพัทยา เป็นออนเซ็นแบบ Mixed-Gender (แช่รวมชาย-หญิง) แห่งแรกของไทย เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Social Wellness ให้กลุ่มเพื่อน คู่รัก และครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกันได้
  • สร้าง Wellness Ecosystem ที่ครบวงจร โดยขยายบริการใหม่ "Yunomori MOVE" ซึ่งผสมผสานสตูดิโอออกกำลังกายเข้ากับการฟื้นฟูร่างกายด้วยออนเซ็นและสปา
  • ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้และกำไรโดยรวม 10-15% โดยคาดว่าการปรับโฉมสาขาพัทยาจะช่วยให้สาขาเติบโตไม่น้อยกว่า 15% จากการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่

หากพูดถึง "ออนเซ็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม" ภาพจำที่เป็นจุดขายสำคัญคือ ความสงบ เป็นส่วนตัว การแยกฝั่งชาย-หญิง  เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวสูงสุด ซึ่งถือเป็นหัวใจของบริการรูปแบบนี้มาโดยตลอด

คำถามที่น่าสนใจคือ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนไป เทรนด์ Wellness ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแช่น้ำเพื่อผ่อนคลายคนเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นกิจกรรมทางสังคม (Social Wellness) ที่กลุ่มเพื่อน คู่รัก หรือครอบครัว อยากใช้เวลาร่วมกัน

นี่คือโจทย์สำคัญที่ทำให้ ONSENS หรือ บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองเห็นโอกาสในการ "สร้างทางเลือกใหม่" ด้วยการส่ง Yunomori สาขาพัทยา บุกตลาด Mixed Gender Onsen (แช่รวมชาย-หญิง) แห่งแรกของไทย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ถ่ายรูปเช็กอินเพื่อตอบโจทย์สายคอนเทนต์

ส่องแผน ONSENS ปั้น Wellness Ecosystem พลิกโฉม Yunomori พัทยา ตั้งเป้าโต 10-15%

นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ONSENS เปิดเผยว่า บริษัทยกระดับแบรนด์ Yunomori สู่การเป็น Everyday Wellness Destination โดยเปิดตัว Yunomori Onsen & Spa สาขาพัทยาโฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด FIRST TIME TOGETHER ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Yunomori เสนอประสบการณ์ออนเซ็นแบบ Mixed-Gender เปิดโอกาสให้กลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่รัก ได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ สะท้อนแนวคิดว่า การดูแลสุขภาพจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อได้แบ่งปันร่วมกับคนสำคัญ

Yunomori รับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับการสื่อสารและการปรับตำแหน่งแบรนด์ (Repositioning) เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุมมองด้าน Wellness และวัตถุประสงค์ของการเข้ามาใช้บริการสปาและออนเซ็นในปัจจุบันแตกต่างจากเดิม

นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ONSENS

บริษัทจึงปรับภาพลักษณ์ของ Yunomori ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และคนเมือง ภายใต้แนวคิด City Onsen เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองมากขึ้น

อีกสิ่งที่บริษัทเห็นชัดคือการเกิดขึ้นของ Community ด้านการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักการวิ่ง กลุ่มออกกำลังกายแบบ Hyrox กลุ่มไตรกีฬา รวมถึงผู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตผ่านกิจกรรมอย่าง Sound Healing และ Mindfulness ทำให้บริษัทมองว่า Yunomori ไม่ควรเน้นเพียงประสบการณ์การแช่ออนเซ็นแบบญี่ปุ่นหรือการผ่อนคลายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น

 

เปิด Mixed Gender Onsen แห่งแรกของไทยที่พัทยา

 

การปรับโฉมสาขาพัทยาในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจุดแข็งด้านออนเซ็นญี่ปุ่นและสปา ตอบรับกระแส Social Wellness สู่การสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงศาสตร์แห่งการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Wellness) และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Longevity) เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาพให้ครอบคลุมทุกมิติ

นอกจากนี้ บริษัทขยายบริการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ผ่านการเปิดตัว Yunomori MOVE สตูดิโอด้าน Movement & Recovery ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น สมรรถภาพ และประสิทธิภาพของร่างกาย ผ่านคลาสที่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการผสานการออกกำลังกาย อาทิ Pilates, Barre, Strength Training และ Stretching เข้ากับศาสตร์การฟื้นฟูด้วยออนเซ็นและสปาไว้ในสถานที่เดียว รวมถึงทยอยปรับปรุงสาขาสุขุมวิท ซึ่งยังคงรูปแบบออนเซ็นแยกชายและหญิงแบบญี่ปุ่นไว้ พร้อมปรับปรุงพื้นที่ภายใน เพิ่มร้านกาแฟ และปรับปรุงพื้นที่ออนเซ็น หลังเปิดให้บริการมาแล้ว 14 ปี

ส่องแผน ONSENS ปั้น Wellness Ecosystem พลิกโฉม Yunomori พัทยา ตั้งเป้าโต 10-15%

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา การแช่ออนเซ็นแบบแยกชายและหญิงอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก บริษัทจึงไม่ได้มองเพียงการแก้ข้อจำกัดดังกล่าว แต่ต้องการตอบรับการใช้เวลาร่วมกันของผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะที่สาขาพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคู่รักจำนวนมาก

นอกจากนี้ พัทยายังมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียจำนวนมาก ซึ่งคุ้นเคยกับการใช้บริการซาวน่าหรือออนเซ็นแบบชายหญิงร่วมกัน บริษัทจึงมองว่า Mixed Gender Onsen จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักในพัทยาได้มากขึ้น

พัทยามีนักท่องเที่ยวยุโรปค่อนข้างมาก รวมถึงลูกค้าชาวรัสเซียก็มีจำนวนมากเช่นกัน ขณะที่ในหลายประเทศของยุโรป รวมถึงรัสเซีย วัฒนธรรมการใช้ออนเซ็นหรือซาวน่าไม่ได้แยกชายและหญิง

ตั้งเป้าสาขาพัทยาเติบโตไม่น้อยกว่า 15%

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า หลังปรับรูปแบบการให้บริการเป็น Mixed Gender Onsen บริษัทตั้งเป้าให้สาขาพัทยาเติบโตอย่างน้อย 15% โดยคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากลูกค้ากลุ่มใหม่ ทั้งนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่พำนักในพัทยา (Expat) และกลุ่ม Younger Generation

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดบริการ Yunomori Move โดยนำกิจกรรมออกกำลังกาย เช่น Body Weight Training และ Movement Class มาผสานกับแนวคิดการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) เพื่อเพิ่มบริการให้ครอบคลุมทั้งการออกกำลังกายและการฟื้นฟูร่างกาย เริ่มต้นที่สาขาสาทร ก่อนขยายไปยังสาขาทองหล่อในอนาคต

บริษัทพบว่าลูกค้าหลายรายนิยมออกกำลังกายจากสถานที่อื่นก่อนมาใช้ออนเซ็นเพื่อฟื้นฟูร่างกาย จึงต้องการพัฒนาบริการให้ลูกค้าสามารถออกกำลังกายและใช้ออนเซ็นได้ในสถานที่เดียว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการใช้จ่ายต่อคน (Spending per Head) เพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ของบริษัท

เพิ่มพื้นที่แชร์ประสบการณ์ เจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า อีกหนึ่งความแตกต่างของสาขาพัทยา คือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถบันทึกภาพและแชร์ประสบการณ์ร่วมกับผู้ที่เดินทางมาด้วยกันได้ ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการให้บริการเดิมที่ไม่อนุญาตให้นำกล้องเข้าไปบันทึกภาพภายในพื้นที่ออนเซ็น

ด้านนายเพชร คงแสงไชย ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน ONSENS กล่าวว่า รูปแบบการให้บริการดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่นิยมใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อน และเลือกทำกิจกรรมด้านสุขภาพมากขึ้น

เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้บริการผ่าน Yunomori Move

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า Yunomori Move เปิดให้ลูกค้าเลือกใช้บริการได้หลายรูปแบบ ทั้งการซื้อเป็นรายครั้ง (Pay to Play) การซื้อเป็นแพ็กเกจ (Bundle Package) หรือสมัครสมาชิก (Membership) เช่นเดียวกับบริการออนเซ็นและสปาในปัจจุบันที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการเฉพาะส่วนที่ต้องการได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องการให้ผู้ที่มาใช้บริการออกกำลังกายได้ใช้บริการออนเซ็นควบคู่กันด้วย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกใช้บริการของลูกค้า

ใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดภายใน

นายเพชร กล่าวว่า การปรับโฉมสาขาพัทยาใช้งบลงทุนประมาณ 4 ล้านบาท ขณะที่การเปิดบริการ Yunomori Move ที่สาขาสาทร ใช้งบลงทุนประมาณ 3 ล้านบาท โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมดจากกระแสเงินสดภายใน (Internal Cash Flow) ซึ่งเป็นงบประมาณที่บริษัทวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปี

ด้านนายสมิทธิ์ กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มุ่งลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมาก แต่เลือกลงทุนในโครงการที่ใช้งบประมาณไม่สูง และสามารถสร้างผลลัพธ์ต่อธุรกิจในระยะยาว ทั้งการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต และการเรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่อไป

ครึ่งปีหลังรับแรงหนุน High Season ตั้งเป้ารายได้-กำไรโต 10-15%

นายเพชร กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการดำเนินงานปี 2569 ให้รายได้และกำไรเติบโต 10-15% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และเป็นไตรมาสที่บริษัทมีรายได้สูงสุดนับตั้งแต่เปิดดำเนินธุรกิจ หรือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ (New Record) แม้ว่าจะสูงกว่าสถิติเดิมในไตรมาส 4 ของปีก่อนเพียงประมาณ 3% ก็ตาม

ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตราว 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนทิศทางการดำเนินงานที่เป็นบวก รวมถึงตัวชี้วัดสำคัญ ทั้ง Gross Margin และ EBITDA Margin ที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งหมด

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง บริษัทมองว่าโดยปกติไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) อย่างไรก็ตาม บริษัทจะติดตามปัจจัยเสี่ยง ทั้งสถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมัน และเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินธุรกิจ พร้อมบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด

โดยธรรมชาติแล้ว ธุรกิจของเราจะได้รับแรงสนับสนุนจากช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายคึกคักขึ้น จากข้อมูลที่ผ่านมา จะเห็นว่าไตรมาส 3 และไตรมาส 4 มักเป็นช่วงที่ผลการดำเนินงานของบริษัททำได้ดีกว่าช่วงอื่น อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถฟันธงได้ เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งสถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมัน และเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกดดันกำไรของบริษัทในปีนี้ ดังนั้น เราจึงต้องมุ่งบริหารจัดการต้นทุนและติดตามปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สาขาที่สร้างรายได้สูงสุดของบริษัท ได้แก่ สาขาสุขุมวิทและสาขาสาทร ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ใกล้เคียงกัน รองลงมาคือสาขาพัทยา ทั้งในแง่จำนวนลูกค้า รายได้ และกำไร

ส่องแผน ONSENS ปั้น Wellness Ecosystem พลิกโฉม Yunomori พัทยา ตั้งเป้าโต 10-15%

มอง Travel Wellness เป็นโอกาสขับเคลื่อนธุรกิจ

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะเดินหน้าปรับบริการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในช่วง High Season โดยการปรับโฉมสาขาพัทยาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องจากพัทยาเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคู่รัก

ผมมองว่า Travel Wellness จะมีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทย เพราะประเทศไทยเองก็กำลังผลักดันให้เป็นศูนย์กลางด้าน Wellness Destination ของภูมิภาค ดังนั้น เราเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าการเพิ่มบริการใหม่ ทั้ง Yunomori Move และการปรับบริการในสาขาพัทยา จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ ควบคู่กับการผลักดันยอดขายจากสาขาเดิม (Same-store Sales) ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของบริษัท

เดินหน้ากลยุทธ์ 3P ขับเคลื่อนการเติบโต

สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าว นายเพชร อธิบายว่า บริษัทขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3P ได้แก่ Performance, People และ Profit Sustainability

ในส่วนของ Performance บริษัทมุ่งเพิ่มยอดขายจากสาขาเดิม ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ พร้อมเพิ่มการใช้จ่ายต่อคน (Spending per Head) ผ่านเมนูอาหารใหม่ แพ็กเกจบริการ และการจัดชุดบริการ (Bundle Package) เพื่อให้ลูกค้าใช้เวลาและใช้บริการภายในสาขามากขึ้น

ด้าน People บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ทั้งการฝึกอบรมและการนำเทคโนโลยี รวมถึง AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและเพิ่ม Productivity ของพนักงาน

ส่วน Profit Sustainability บริษัทมุ่งเน้นคุณภาพของกำไร ทั้งการเปลี่ยนกำไรเป็นกระแสเงินสด การลงทุนรองรับแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรม และการสร้างการเติบโตของกำไรให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจในระยะยาว

Profit Sustainability ก็คือความยั่งยืนของกำไร หรือคุณภาพของกำไรของบริษัท เรื่องนี้เราให้ความสำคัญมาก เราจะมุ่งเน้นคุณภาพของกำไร ไม่ว่าจะเป็นการ Convert กำไรออกมาเป็นเงินสด การรองรับการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการลงทุนเพื่อรองรับเทรนด์ใหม่ ๆ และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรม

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กระจายแหล่งรายได้

นายเพชร กล่าวว่า ต้นทุนหลักของธุรกิจบริการคือบุคลากร บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเพิ่ม Productivity ของพนักงาน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรในอัตราเดียวกับการเติบโตของกิจการ ซึ่งจะช่วยผลักดันอัตรากำไรของบริษัทให้ปรับตัวดีขึ้น

ผลจากการบริหารจัดการดังกล่าวทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นจากประมาณ 41% เป็นเกือบ 44% ในไตรมาสแรก แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนด้านบุคลากรได้ ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น

ปัจจุบัน รายได้ของบริษัทประมาณ 83% มาจากธุรกิจออนเซ็นและสปา ขณะที่รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) คิดเป็นสัดส่วน 14-15% ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่น ๆ โดยบริษัทตั้งเป้าให้บริการใหม่อย่าง Yunomori Move มีสัดส่วนรายได้อย่างน้อย 10% ในระยะยาว เพื่อเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้และรองรับการเติบโตในอนาคต

เดินหน้าขยายสาขา แต่ยังเน้นเพิ่มยอดขายจากสาขาเดิม

ผู้บริหาร ONSENS กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทยังมีศักยภาพรองรับลูกค้าได้อีกมาก โดยอัตราการใช้บริการ (Utilization) ของสาขาปัจจุบันยังอยู่ไม่เกิน 50% ทำให้ยังสามารถรองรับลูกค้าใหม่ได้อีกจำนวนมาก ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญในช่วงนี้จึงเป็นการเพิ่มยอดขายจากสาขาเดิม (Same-store Sales Growth) ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตแบบออร์แกนิก

สำหรับการขยายสาขา บริษัทมีแผนศึกษาความเป็นไปได้ในเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งทั่วประเทศ โดยมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ และจะไม่เร่งขยายสาขา โดยต้องมั่นใจว่าตลาดและพันธมิตรในแต่ละพื้นที่มีศักยภาพเพียงพอ รวมถึงคำนึงถึงต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่ทองหล่ออยู่ระหว่างดำเนินการ

ด้านนายสมิทธิ์  กล่าวว่า โครงการสาขาทองหล่อ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปีหน้า จะเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท โดยจะมีทั้งโรงแรมและเรสซิเดนซ์ พร้อมพัฒนาโปรแกรมที่เชื่อมโยงกับโรงแรม เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้าน Wellness ให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

สำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีสาขาในประเทศสิงคโปร์ และอยู่ระหว่างศึกษาตลาดแห่งใหม่ ซึ่งบริษัทติดตามมาระยะหนึ่งแล้ว และมองว่ามีศักยภาพสูง หากเป็นไปตามแผน จะเป็นออนเซ็นแห่งแรกของตลาดดังกล่าว

ส่องแผน ONSENS ปั้น Wellness Ecosystem พลิกโฉม Yunomori พัทยา ตั้งเป้าโต 10-15%

มุ่งพัฒนาบริการด้านการฟื้นฟูร่างกาย

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีงานศึกษาจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายควบคู่กับการฟื้นฟูร่างกาย โดยบริษัทเริ่มศึกษาจากการทดลองด้วยตนเอง รวมถึงศึกษางานวิจัยและข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ (Smart Watch) ซึ่งช่วยให้เห็นข้อมูลด้านสุขภาพได้มากขึ้น

สิ่งที่บริษัทเห็นชัดคือการพักผ่อนและการนอนหลับที่มีคุณภาพ ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นฟูร่างกายและประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย ขณะที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการนอนมากขึ้น จึงมองว่าการใช้ออนเซ็นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการพักผ่อนและการนอนหลับได้

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนเริ่มตระหนักว่าการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการฟื้นฟูร่างกายควบคู่กัน ทั้งการนอนหลับและการทำ Contrast Therapy ผ่านการแช่น้ำร้อน เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อได้ฟื้นตัว และลดความเสี่ยงจากการออกกำลังกายต่อเนื่องโดยไม่มีวันพัก ดังนั้น บริษัทจึงต้องการพัฒนา Yunomori ให้เป็น Destination หรือ Hub ของการ Recover ผ่านการใช้ออนเซ็นและบริการด้านการฟื้นฟูร่างกาย

ศึกษาการใช้ข้อมูล Wearable พัฒนาบริการเฉพาะบุคคล

นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ในอนาคตบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ Wearable เพื่อนำมาพัฒนาบริการให้เหมาะกับผู้ใช้บริการแต่ละราย แม้จะเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน แต่บริษัทมองว่าเป็นทิศทางสำคัญของธุรกิจ Wellness

ปัจจุบันบริษัทเริ่มพัฒนาแนวทางการใช้บริการ (Ritual) และขั้นตอนการแช่ออนเซ็นให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการในแต่ละกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีอาการไมเกรน หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย โดยมีเป้าหมายที่จะนำข้อมูลที่มีอยู่มาพัฒนาการให้บริการให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายมากยิ่งขึ้น