
กรมควบคุมโรค เปิดรับฟังความคิดเห็นจัดโซนนิ่งสูบบุหรี่ในท่าอากาศยานระหว่างประเทศ
กรมควบคุมโรค เปิดรับฟังความคิดเห็นการจัดเขตสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสารสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 ส.ค. 69
KEY
POINTS
- กรมควบคุมโรคเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งเขตสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ
- ข้อเสนอนี้มีขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้โดยสารระหว่างประเทศและผู้ที่รอเปลี่ยนเครื่อง ซึ่งไม่สามารถออกไปใช้พื้นที่สูบบุหรี่นอกอาคารได้หลังผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
- การพิจารณานี้เป็นการทบทวนประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561 ที่ปัจจุบันกำหนดให้ท่าอากาศยานเป็นเขตปลอดบุหรี่และอนุญาตให้มีที่สูบบุหรี่เฉพาะนอกอาคารเท่านั้น
- ประเด็นหลักในการรับฟังความคิดเห็นคือ ควรอนุญาตให้มีเขตสูบบุหรี่ในอาคารหรือไม่ และหากมี ควรกำหนดเงื่อนไขและมาตรฐานอย่างไรเพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ไม่สูบบุหรี่
กระทรวงสาธารณสุข เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะผ่านระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและความจำเป็นในเชิงหลักการเกี่ยวกับการเปิดช่องให้ท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ สามารถจัดตั้งเขตสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสารได้ ซึ่งถือเป็นการทบทวนแนวทางปฏิบัติภายใต้ข้อจำกัดในปัจจุบัน
ความเป็นมา-ข้อจำกัดของข้อกฎหมาย
ตามบทบัญญัติในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ได้มอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ มีอำนาจในการออกประกาศกำหนดให้ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะเป็นเขตปลอดบุหรี่
รวมถึงอาจกำหนดให้มีเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ได้ตามความเหมาะสม โดยหลักการนี้มุ่งเน้นการจัดระเบียบพื้นที่ทางสังคมเพื่อความปลอดภัยทางสุขภาวะ
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดประเภทหรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะเป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ. 2561 ได้ระบุให้ท่าอากาศยานมีสถานะเป็นเขตปลอดบุหรี่
โดยเงื่อนไขทางกฎหมายอนุญาตให้จัดเขตสูบบุหรี่ได้เฉพาะบริเวณภายนอกอาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์รวมถึงลักษณะทางกายภาพที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด ทำให้พื้นที่ภายในอาคารทั้งหมดกลายเป็นพื้นที่ปิดทางกายภาพที่ไม่สามารถทำกิจกรรมสูบบุหรี่ได้เลย
สภาพปัญหา-เหตุผลในการปรับปรุง
ข้อจำกัดทางกายภาพของการเดินทางระหว่างประเทศกลายเป็นปัจจัยหลักที่นำมาสู่ข้อเสนอนี้ เนื่องจากท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศมีลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารระหว่างประเทศ ผู้โดยสารที่ต้องเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transit หรือ Transfer) และผู้โดยสารที่จำเป็นต้องพำนักอยู่ภายในพื้นที่ควบคุม (Airside) เป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง
บุคคลกลุ่มนี้ไม่สามารถเดินทางออกไปใช้บริการเขตสูบบุหรี่ที่จัดไว้บริเวณภายนอกอาคารผู้โดยสารได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านมาตรการความปลอดภัยและการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเมื่อผ่านจุดตรวจเข้าไปแล้วจะไม่สามารถกลับออกมาภายนอกอาคารและเดินทางกลับเข้าสู่พื้นที่ควบคุมได้โดยสะดวกตามวงจรการบิน
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดข้อเสนอในการพิจารณาความเหมาะสมและความจำเป็นเพื่อเปิดช่องทางให้สามารถจัดตั้งเขตสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องเชิงโครงสร้างและการจัดการผู้โดยสารในพื้นที่ปิดที่ต้องรอคอยเที่ยวบินยาวนาน
มิติผลกระทบและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การพิจารณาปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายในเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือผู้โดยสารและประชาชนผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ทั้งที่เป็นผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งต้องใช้พื้นที่อาคารร่วมกัน กลุ่มที่สองคือผู้ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานและผู้ประกอบกิจการร้านค้าต่างๆ ภายในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งต้องทำงานในสภาพแวดล้อมดังกล่าวเป็นระยะเวลานานในแต่ละวัน
ประเด็นเชิงวิเคราะห์ที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบด้านครอบคลุมถึงผลกระทบต่อการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของผู้ไม่สูบบุหรี่ ความเป็นอยู่ของผู้ปฏิบัติงาน ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน ตลอดจนภาระผูกพันที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ
ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนและหน้าที่ในการติดตั้งระบบจัดเก็บและระบายอากาศ การตรวจสอบมาตรฐาน ความจำเป็นในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการควบคุมประสิทธิภาพของห้องหรือเขตสูบบุหรี่ไม่ให้ส่งผลกระทบภายนอก ซึ่งเป็นมิติทางเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กับมิติทางสาธารณสุข
ประเด็นสำคัญในการรับฟังความคิดเห็น
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นจากประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน ก่อนที่รัฐจะพิจารณากำหนดนโยบายหรือดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองในอนาคต โดยประเด็นสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นมุ่งเน้นไปที่หลักการปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561
ในสองคำถามหลัก คือ หนึ่ง ควรจะอนุญาตให้มีการจัดเขตสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศหรือไม่ และสอง หากเห็นสมควรว่าสามารถจัดตั้งได้ ควรกำหนดสภาพ ลักษณะ หรือเงื่อนไขทางกายภาพและระบบวิศวกรรมอย่างไร เพื่อไม่ให้เขตสูบบุหรี่ดังกล่าวส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นที่ใช้พื้นที่ร่วมกันในโครงสร้างอาคารดังกล่าว







