

KEY
POINTS
วันนี้(วันที่ 11 มกราคม 2569) มีรายงานข่าวว่า ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี หนึ่งในนักคิดและนักปฏิรูปสังคมของประเทศไทย ได้จากไปอย่างสงบที่บ้านของท่านในวัย 93 ปี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ซึ่งการจากไปของท่านในครั้งนี้ ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ต่อวงการวิชาการและสังคมไทย
โดยนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความอาลัยถึงการจากไปของศาสตราจารย์ประเวศ พร้อมกล่าวถึงบทสนทนาที่ยังจำได้ระหว่างท่านกับอาจารย์เสนาะ เกี่ยวกับการเลือกชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพาการรักษาพยาบาล โดยท่านเคยเปรียบเปรยว่า "ไม่อยากให้ชีวิตต้องเป็นเหมือนมะม่วงที่ตกลงมาค้างอยู่บนหลังคา ไม่ได้ถึงพื้น" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายและการยอมรับในธรรมชาติของชีวิต
ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในวงการสุขภาพ การศึกษา และการพัฒนาสังคมไทย ท่านเป็นผู้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระด้านระบบสุขภาพที่ช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสาธารณสุขไทย เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ซึ่งผลงานของท่านยังคงมีอิทธิพลต่อการพัฒนาสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน
ท่านยังเป็นผู้ค้นพบวิธีการป้องกันและรักษาความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงจากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ถือเป็นผลงานสำคัญที่ส่งผลกระทบในทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย
การจากไปของท่านศาสตราจารย์ประเวศ วะสี นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปสังคมไทย และท่านได้ฝากมรดกที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาระบบสุขภาพ หรือการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
ท่านถือเป็นหนึ่งใน "ราษฎรอาวุโส" ที่ได้รับการยกย่องจากสังคมไทย พร้อมกับศาสตราจารย์ระพี สาคริก และศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จากไปแล้วด้วยกันสองท่าน การจากไปของท่านจึงทำให้วงการวิชาการและสังคมไทยสูญเสียผู้นำทางความคิดผู้ทรงคุณค่าที่ไม่สามารถหาผู้มาแทนได้ง่ายๆ
หลังจากการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติในปี 2553 ยุติลง ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทางการเมือง โดยดำรงตำแหน่งประธานคณะสมัชชาปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีคณะกรรมการจำนวน 27 คน ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อวางแผนและนำเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยในมิติที่สำคัญต่างๆ
ในด้านการยอมรับจากสังคมและวงการต่างๆ ศ.นพ.ประเวศได้รับรางวัลเกียรติคุณมากมายตลอดช่วงชีวิตที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาสังคมและการแพทย์ โดยในปี 2498 ท่านได้รับรางวัลเหรียญทองในฐานะที่ได้คะแนนดีที่สุดตลอดหลักสูตรการศึกษาที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ต่อมาท่านได้รับพระราชทานทุนส่วนพระองค์ในปี 2500 ซึ่งช่วยให้ท่านได้ศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ด้วยทุนจากมูลนิธิอานันทมหิดล
ในปี 2512 ท่านได้รับรางวัลพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ในฐานะครูแพทย์ที่ดีคนแรกของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ขณะที่ในปี 2524 ท่านได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการรัฐ และในปี 2526 ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2526
ต่อมาในปี 2528 ท่านได้รับเลือกเป็นบุคคลดีเด่นของชาติในสาขาการแพทย์ และได้รับเหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา นอกจากนี้ ในปี 2531 ท่านยังได้รับเลือกเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์
รางวัลที่สำคัญอีกประการคือ ในปี 2533 ท่านได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในฐานะที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการเชื่อมโยงการศึกษาและสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนามนุษย์และส่งเสริมสถานภาพของครูในประเทศไทย
ในปี 2541 ศ.นพ.ประเวศ วะสีได้รับเหรียญ Comenius และประกาศนียบัตรจากยูเนสโก ในฐานะที่ท่านได้ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการพัฒนามนุษย์ในประเทศไทย
การได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้เป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภทวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาวิชาแพทยศาสตร์ในปี 2548 ถือเป็นรางวัลสุดท้ายที่แสดงถึงการยอมรับในคุณค่าของผลงานที่ท่านได้สร้างไว้ให้กับประเทศชาติ
ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นบุคคลที่ไม่เพียงแต่มีผลงานทางการแพทย์และการศึกษาอันยอดเยี่ยม แต่ยังได้สร้างอิทธิพลในวงการปฏิรูปสังคมและการเมืองไทยอย่างยั่งยืน