
ไม่แตะของหวาน ก็เสี่ยงเบาหวานได้! หมอแนะจับตา ‘น้ำตาลแฝง’ ในอาหารประจำวัน
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ คนไทยป่วยเบาหวานกว่า 6.5 ล้านคน ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว รพ.วิมุต เผยแม้ไม่กินของหวานก็ยังได้รับน้ำตาลแฝงจากข้าว ผลไม้ หรือขนมปัง แนะตรวจสุขภาพทุกปี
KEY
POINTS
- การไม่กินของหวานไม่ได้หมายความว่าจะไม่เสี่ยงเป็นเบาหวาน เนื่องจากมี ‘น้ำตาลแฝง’ ในอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ขนมปัง และผลไม้รสหวาน
- ความเครียดเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นโรคเบาหวาน โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและอาจนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ของเบาหวานยังรวมถึงพันธุกรรม ภาวะอ้วน การขาดการออกกำลังกาย และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งสะท้อนว่าโรคนี้มักมาจากวิถีชีวิตที่ไม่สมดุล
ความเชื่อที่ว่าถ้า “ไม่ติดหวาน” ก็ไม่เสี่ยง “โรคเบาหวาน” นั้นอาจไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะถึงเราไม่กิน “น้ำตาล” ก็ได้รับ “น้ำตาลแฝง” ที่อยู่ในอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ทั้งข้าว ขนมปัง หรือผลไม้บางชนิด ที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน
โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า คนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานสะสมกว่า 6.5 ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละกว่า 350,000 คน ที่น่ากังวลกว่านั้นคือผู้ป่วยกว่า 40% ไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน จนทำให้กว่าจะรู้ตัวก็มีอาการรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ยากต่อการรักษา
วันนี้ นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก รพ.วิมุต จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ พร้อมแนะการปรับพฤติกรรมเพื่อปิดสวิตช์ความเสี่ยงเบาหวานก่อนจะสายเกินไป
ไขข้อสงสัย ‘โรคเบาหวาน’ คืออะไร มีกี่ประเภท
โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus หรือ DM) คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำ
นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อธิบายเพิ่มเติมว่า "โรคเบาหวานแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่
ต่อมาคือเบาหวานขณะตั้งครรภ์ พบในหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับน้ำ
“น้ำตาลทราย” ไม่ใช่ผู้ร้ายเพียงคนเดียว ชวนเข้าใจ “น้ำตาลแฝง-วิถีชีวิตไม่ดี” ปัจจัยเร่งโรคเบาหวาน
การกินของหวานไม่ใช่ปัจจัยกระตุ้
“ความเครียด” ภัยเงียบกระตุ้นเบาหวานที่ หลายคนมองข้าม
ความเครียดเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่
โดยฮอร์โมนเหล่านี้จะสั่งให้ตั
ซึ่งทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลื
รวมสัญญาณเตือนที่ต้ องไปตรวจโรคเบาหวานด่วน
นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล เล่าว่า “ถ้ามีอาการปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ แผลหายช้า มองเห็นภาพเบลอ ง่วงบ่อย หรือมีปัญหาสมาธิสั้นลง ก็มีความเสี่ยงเป็
“โรคเบาหวาน” ยิ่งตรวจพบไว ยิ่งดูแลได้ง่าย
วิธีการตรวจโรคเบาหวานที่นิยมคื
นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อธิบายถึงวิธีรักษาว่า “หากเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 จำเป็นต้องใช้อินซูลินตลอดชีวิ
ปรับพฤติกรรม-ดูแลใจ ปิดสวิตช์โรคเบาหวาน
การป้องกันโรคเบาหวานเริ่มต้
“หลายคนเข้าใจว่าถ้าไม่อยากเป็นเบาหวานก็ต้องไม่กินของหวาน แต่ความจริงแล้วโรคเบาหวานมักมาจากวิถีชีวิตที่ไม่สมดุลมากกว่า อยากให้ทุกคนกลับมาสร้างความพอดีให้ร่างกาย ตรวจสุขภาพทุกปี กินและออกกำลังกายให้พอดี รู้เท่าทันความเครียดและหาวิธีผ่อนคลาย ก็จะทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรงและผลิตอินซูลินได้อย่างเต็มที่ ถ้าทำแบบนี้แล้วเราก็สามารถให้รางวัลตัวเองด้วยของหวานบ้างเป็นครั้งคราว แบบที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป”

