
Bangkok Blueprint คืออะไร เจาะ 5 เสาหลัก 12 แนวทาง สกัดภัยการเงินดิจิทัล
Bangkok Blueprint คืออะไร IMF ธนาคารโลก - ธปท. เปิดแผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ 5 เสาหลัก 12 ข้อพิจารณา รับมือ ตรวจจับ และอายัดเส้นทางเงินของแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ สร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัล
KEY
POINTS
- Bangkok Blueprint คือแผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ ที่จัดทำโดย IMF, World Bank และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นกรอบยุทธศาสตร์ระดับโลกในการป้องกันและรับมือภัยหลอกลวงทางการเงินดิจิทัล
- แผนดังกล่าวประกอบด้วย 5 เสาหลักและ 12 แนวทางปฏิบัติ เพื่อให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ในการระบุจุดอ่อนและพัฒนากลไกรับมือภัยไซเบอร์
- มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดเส้นทางเงินของอาชญากรและสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัล
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดตัว “Bangkok Blueprint” หรือ “แผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ” กรอบยุทธศาสตร์ระดับโลกที่มุ่งช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ป้องกัน ตรวจจับ และรับมือกับการหลอกลวงทางไซเบอร์ในบริการทางการเงินดิจิทัล โดยเปิดตัวระหว่างการประชุมประจำปี IMF–World Bank ปี 2569
แผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดน เพื่อสกัดเส้นทางเงินของเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัล โดยกำหนดกรอบดำเนินงาน 5 เสาหลัก และ 12 ข้อพิจารณา ให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ตามกฎหมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสภาพตลาดของตนเอง
ภัยหลอกลวงทางการเงินดิจิทัล เชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ
รายงานระบุว่า แม้บริการทางการเงินดิจิทัลจะช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน ส่งเสริมนวัตกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเงิน แต่ก็ทำให้การหลอกลวงเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น ขยายวงกว้างได้มากขึ้น และมีรูปแบบซับซ้อนกว่าเดิม
การหลอกลวงทางไซเบอร์ยังเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) จัดให้เป็นหนึ่งในภัยคุกคามร้ายแรงของโลก ร่วมกับการค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน ขณะที่ช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงครอบคลุมทั้งโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และเครือข่ายโทรคมนาคม
เจาะ 5 เสาหลัก 12 ข้อพิจารณา Bangkok Blueprint
แผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ กำหนด 5 เสาหลัก ครอบคลุม 12 ข้อพิจารณา เพื่อช่วยให้แต่ละประเทศระบุจุดอ่อนและพัฒนาแนวทางรับมือภัยหลอกลวงทางการเงินดิจิทัลอย่างสอดประสานกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
เสาหลักที่ 1 วางรากฐานยุทธศาสตร์และกฎหมาย
1. จัดทำยุทธศาสตร์ระดับชาติรับมือการหลอกลวงทางการเงินดิจิทัล
กำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยอิงการประเมินความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป มอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน กำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้ และให้สอดคล้องกับนโยบายสาธารณะในภาพรวม
2. จัดทำกรอบกฎหมาย การกำกับดูแล และการตรวจสอบที่เข้มแข็ง
ให้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอในการกำหนดความรับผิดชอบ คุ้มครองผู้บริโภคทางการเงิน แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็ว และเร่งอายัดหรือติดตามทรัพย์สินที่ได้จากการหลอกลวง
เสาหลักที่ 2 ยกระดับการป้องกันและรับมือการหลอกลวง
3. ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินให้มีระบบป้องกันภัย
นำมาตรการป้องกันความเสี่ยงมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบบริการทางการเงินดิจิทัล เช่น การยืนยันตัวตนและการคัดกรองธุรกรรมแบบเรียลไทม์
4. ป้องกันการหลอกลวงเชิงรุกและประสานการทำงานทั้งระบบ
ร่วมกันตรวจจับจุดอ่อนตั้งแต่เนิ่น ๆ ขัดขวางเครือข่ายมิจฉาชีพ และระงับช่องทางที่ใช้ในการหลอกลวง
5. พัฒนาระบบตรวจจับภัยหลอกลวงที่ครอบคลุมทั้งระบบ
เชื่อมโยงการเฝ้าระวังของแต่ละสถาบันเข้ากับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันในระดับระบบนิเวศแบบเรียลไทม์
6. วางกลไกตอบสนองและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเป็นระบบ
กำหนดมาตรการจำกัดความเสียหายอย่างรวดเร็ว มาตรฐานการรายงานเหตุการณ์ และกลไกเยียวยาหรือฟื้นฟูความเสียหายของผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม
เสาหลักที่ 3 ใช้กลไกบริหารความเสี่ยงและบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่
7. ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาคการเงิน
เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และมาตรฐานการใช้งานระบบดิจิทัลอย่างปลอดภัยของผู้ให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน
8. ใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) เช่น การตรวจสอบตัวตนลูกค้าและการติดตามธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อขัดขวางการเคลื่อนย้ายหรือฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวง
9. เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษทางอาญา
มุ่งเน้นการสืบสวนคดีที่มีผลกระทบสูง ปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ยึดทรัพย์สิน และเผยแพร่ผลการจับกุมเพื่อป้องปรามการกระทำผิด
เสาหลักที่ 4 ขยายความร่วมมือในประเทศและข้ามพรมแดน
10. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
สร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล โซเชียลมีเดีย และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อประสานการป้องกันและรับมือการหลอกลวง
11. เพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างประเทศ
พัฒนาข้อตกลงสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการอายัดเงินข้ามพรมแดนอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับเครือข่ายมิจฉาชีพที่ดำเนินการข้ามชาติ
เสาหลักที่ 5 คุ้มครองและสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้บริโภค
12. เพิ่มความรู้และยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค
เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของบริการทางการเงินดิจิทัล สิทธิของผู้บริโภค ช่องทางแจ้งเหตุที่เข้าถึงง่าย และกลไกชดเชยความเสียหายที่ชัดเจน





