
น้ำท่วม 3 ตุลาคม 2569 ยังท่วม 26 จังหวัดและ กทม. กระทบกว่า 3.2 ล้านคน
ปภ.อัปเดตน้ำท่วม 3 ตุลาคม 2569 ยังท่วม 26 จังหวัดและ กทม. กระทบกว่า 3.2 ล้านคน เช็กรายชื่อ 13 จังหวัดน้ำเพิ่ม พร้อมความคืบหน้าการช่วยเหลือ
KEY
POINTS
- สถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 3 ต.ค. 69 ยังคงส่งผลกระทบในพื้นที่ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 3.2 ล้านคน
- ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นใน 13 จังหวัด ส่วนใหญ่ในภาคกลางและภาคตะวันออก ขณะที่อีก 12 จังหวัดและ กทม. ระดับน้ำเริ่มลดลง
- กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และปทุมธานี เป็นพื้นที่ที่มีจำนวนครัวเรือนได้รับผลกระทบมากที่สุด
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำลังเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเน้นกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ยังมีอุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 1,175,292 ครัวเรือน หรือ 3,244,091 คน โดยระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นใน 13 จังหวัด ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับน้ำจากภาคเหนือไหลลงมาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้หลายจังหวัดยังเผชิญสถานการณ์อุทกภัย
ข้อมูลศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ระบุว่า พื้นที่ประสบอุทกภัยใน 26 จังหวัดครอบคลุม 162 อำเภอ 1,254 ตำบล และ 9,219 หมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร
เปิดรายชื่อ 26 จังหวัดที่ยังมีน้ำท่วม
พื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยแบ่งตามรายงานของ ปภ. ดังนี้
-
ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์
-
ภาคกลาง 14 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี
-
ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี
-
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์
-
ส่วนกรุงเทพมหานครมีประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน โดยระดับน้ำลดลง
13 จังหวัดระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น
จังหวัดที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ราชบุรี เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 13 จังหวัด ส่วนระยองระดับน้ำทรงตัว
สำหรับพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง ได้แก่ เพชรบูรณ์ ลพบุรี กาญจนบุรี สระบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวม 12 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร
กทม.–สมุทรปราการ–ปทุมธานี มีครัวเรือนได้รับผลกระทบจำนวนมาก
กรุงเทพมหานครมีประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน รองลงมาคือสมุทรปราการ 223,346 ครัวเรือน ปทุมธานี 169,724 ครัวเรือน และชลบุรี 118,723 ครัวเรือน
ในพื้นที่ปทุมธานี น้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 7 อำเภอ รวม 62 ตำบล 510 หมู่บ้าน โดยระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีน้ำท่วม 15 อำเภอ รวม 181 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน และประชาชนได้รับผลกระทบ 48,704 ครัวเรือน
ขณะที่สุรินทร์มีน้ำท่วมในอำเภอปราสาท รวม 8 ตำบล 121 หมู่บ้าน ระดับน้ำลดลง และอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย
ปภ.เร่งระบายน้ำ ช่วยกลุ่มเปราะบางก่อน
ปภ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำ เปิดเส้นทาง และลดระดับน้ำท่วมขัง พร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก
การช่วยเหลือครอบคลุมการขนย้ายผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย และการนำอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค รวมถึงสิ่งของจำเป็นไปแจกจ่ายถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง เจ้าหน้าที่จะเร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สิน เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมแจ้งสถานการณ์และคำแนะนำแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง.







