
'เขื่อนเจ้าพระยา' เพิ่มการระบายน้ำ 10 จ.ลุ่มเจ้าพระยา –กทม. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ปภ. แจ้งเตือน 10 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา - กทม. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น "เขื่อนเจ้าพระยา" เพิ่มการระบายน้ำอาจส่งผลกับพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคั้นกั้นน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำเตรียมรับมือ
KEY
POINTS
- เขื่อนเจ้าพระยาเตรียมเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนในอัตรา 2,200–2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น
- ปภ. แจ้งเตือน 10 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือ
- การระบายน้ำจะส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.40–0.70 เมตร
2 ตุลาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 10 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ หลังกรมชลประทานเตรียมระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,200–2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.40–0.70 เมตร พร้อมกำชับศูนย์ ปภ. เขต เตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลฯ และรถปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทาน ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ว่า วันที่ 2 ตุลาคม 2569 สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีน้ำจากลำน้ำสาขาสมทบ ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,200–2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การระบายน้ำดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 0.40–0.70 เมตร โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- อำเภอเสนา
- อำเภอผักไห่
- อำเภอบางบาล
- อำเภอพระนครศรีอยุธยา
- อำเภอบางปะอิน
- อำเภอบางไทร
จังหวัดอ่างทอง
- อำเภอวิเศษชัยชาญ
- อำเภอป่าโมก
- อำเภอไชโย
- อำเภอเมืองอ่างทอง
จังหวัดสิงห์บุรี
- อำเภออินทร์บุรี
- อำเภอพรหมบุรี
- อำเภอเมืองสิงห์บุรี
จังหวัดชัยนาท
- อำเภอสรรพยา
ทั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ อย่างไรก็ดี กอปภ.ก.ได้ประสาน 10 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนและผู้ประกอบกิจการริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและนอกคันกั้นน้ำ ให้เตรียมพร้อมรับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมเข้าพื้นที่หากสถานการณ์รุนแรงหรือขยายวงกว้าง รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและการช่วยเหลือประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานคร กอปภ.ก. ได้ประสานให้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา และประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำ ให้ติดตามระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและนอกคันกั้นน้ำ ติดตามระดับน้ำและประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ โดยสามารถติดตามการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน "THAI DISASTER ALERT" แจ้งเหตุผ่านไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง







