
อนุทิน สั่งผู้ว่าฯ ทั่วไทยเกาะติดฝนตกหนัก 4-5 ต.ค. มอบคลังเครมประกัน
นายกฯ "อนุทิน" ถกรับมือน้ำท่วมต่อเนื่อง กำชับทุกหน่วยงาน-ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เร่งระบายน้ำ รับมือฝนช่วง 4-5 ต.ค. พร้อมมอบ คปภ. ดูแลเคลมประกันภัยพิบัติให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทินสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4-5 ตุลาคม
- รัฐบาลได้จัดทำประกันภัยพิบัติสำหรับ 30 ล้านครัวเรือน โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังและ คปภ. เป็นหน่วยงานกลางดูแลการเคลมประกันให้เกิดความเป็นธรรม
- ให้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านระบบประกันภัยพิบัติ โดยจะมีผู้ประเมินจากบริษัทประกันเข้าร่วมด้วย
2 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปก.ช.) ร่วมกับรองนายกฯ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในวันนี้ เป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แล้ว วันนี้มีรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบสถานการณ์น้ำท่วมในเขตภาคกลาง และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมติดตามความคืบหน้าและกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
"ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบันมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกหน่วยงานได้รับทราบภาพรวมและเร่งดำเนินการในพื้นที่วิกฤตอย่างเร่งด่วน ร่วมกันช่วยเหลือเพื่อเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งได้จัดตั้งทีมปฏิบัติการลงพื้นที่ในทุกมิติ และขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ชุดข้อมูลเพียงชุดเดียวในการสื่อสารเพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน และเพื่อให้ทุกหน่วยงานประเมินสถานการณ์บนฐานข้อมูลเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ" นายอนุทิน กล่าว
สั่งผู้ว่าฯ เกาะติดฝนตกหนัก 4-5 ต.ค. 69 นี้
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือจากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค. 69 นี้ จะมีความเสี่ยงเกิดพายุฝนจำนวนมากครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งต้องจัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อาหาร ของยังชีพ แผนการจัดตั้งศูนย์พักพิง และแผนเผชิญเหตุให้พร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
"สิ่งสำคัญคือการติดตามการดำเนินงาน รับทราบสถานการณ์ล่าสุด ประเมินและปรับแผนงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนแก้ไขปัญหาตามที่พื้นที่ร้องขอ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงจากความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่สภาพอากาศในระยะต่อไปยังไม่น่าไว้วางใจ จึงต้องเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป" นายอนุทิน กล่าว
เตรียมความพร้อมช่วยประชาชน
นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการและเน้นย้ำให้ทุกจังหวัด เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ และปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา และการเตรียมศูนย์พักพิงให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา สำหรับสถานีสูบน้ำในพื้นที่ ขอให้เร่งสูบน้ำพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อระบายน้ำออกไปในแนวขวาง แนวดิ่ง และแนวคลองที่มีระบบอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ให้กำหนดจุดติดตั้งและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ในการสูบระบายน้ำ พร้อมทั้งให้จัดทำระบบป้องกันน้ำล้นจากสองฝั่งคลองเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบและความเดือดร้อนของชุมชนต่อไป
สั่งเร่งประเมินความเสียหาย
สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขอให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน โดยต้องจัดทำบัญชีความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 69 ซึ่งต้องใช้การเยียวยาตามกฎระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ และความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 69 เป็นต้นไป
รัฐบาลได้จัดทำประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน โดยเกณฑ์และมาตรฐานในการให้ความช่วยเหลือจะอ้างอิงมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ ได้สั่งให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ดังกล่าวและชี้แจงให้ผู้ที่มีหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากการประเมินความเสียหายจะมีผู้ประเมินจากบริษัทประกันภัยเข้าร่วมด้วย ทุกฝ่ายจึงต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในกรมธรรม์เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับเงินประกันอย่างเป็นธรรม บนพื้นฐานของความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
มอบเอกนิติ ดูแลเครมประกัน
นอกจากนี้ ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการไปยัง คปภ. ให้เป็นคนกลางในการสร้างความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน รวมถึงให้เร่งประสานงานดูแลเรื่องทรัพย์สิน ยานพาหนะ รถเข็น และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งมีความคุ้มครองจากประกันภัย คล้ายกับกรณีที่เคยดำเนินการในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา
“การประชุมในวันนี้เกิดประโยชน์อย่างมาก และจะยังคงมีการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถสลายตัวและกลับไปปฏิบัติงานตามปกติได้โดยเร็ว” นายกฯ ระบุ







