
ไทยอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.69 กรมอุตุฯเปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงฝนตก
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับ 2 เตือนไทยตอนบนเตรียมรับมืออากาศแปรปรวนช่วงวันที่ 4-7 ต.ค.69 เช็กพื้นที่เสี่ยง พร้อมตรวจสอบสภาพอากาศวันนี้-พรุ่งนี้
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 จะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมาก
- พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วจึงขยายมายังภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
- สาเหตุเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทย
- ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับคำเตือนให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเนื่องจากคลื่นลมแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569
ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้
วันที่ 4 ต.ค. 69
- บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 5-6 ต.ค. 69
- บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง
วันที่ 7 ต.ค. 69
- ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ สำหรับภาคอื่นๆ มีฝนลดลง
ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-12 ต.ค. 69 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์
กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงฝนตก 4 - 7 ตุลาคม 2569
พยากรณ์อากาศวันนี้-พรุ่งนี้ ไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนในประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ทั้งนี้เนื่องจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย
สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์
- ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
- พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสระบุรี
- อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และยะลา
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
- อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.







