thansettakij
thansettakij
รัฐจ่ายเบี้ยให้ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน เริ่ม ต.ค. 69

รัฐจ่ายเบี้ยให้ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน เริ่ม ต.ค. 69

07 ก.ย. 69 | 03:41 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 69 | 03:49 น.

รัฐบาลยกเลิกระบบ “ตามจ่ายทีหลัง” ทุ่มเบี้ยปีละ 1.55 หมื่นล้านอุ้มประกันภัยพิบัติให้ประชาชนฟรี 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองน้ำท่วม-วาตภัย-แผ่นดินไหว การันตีโอนเงินชดเชยแรกรับเข้าบัญชีใน 15 วัน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลจะจ่ายเบี้ยประกันภัยในโครงการ "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" เพื่อคุ้มครองประชาชน 30 ล้านครัวเรือน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569
  • ความคุ้มครองครอบคลุมภัยพิบัติ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
  • สิทธิประโยชน์รวมถึงเงินชดเชยเบื้องต้นสำหรับที่อยู่อาศัย 5,000-10,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท) และเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท

รัฐบาลปรับกระบวนทัศน์การรับมือวิกฤตธรรมชาติครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นการงบประมาณจ่ายเงินเยียวยาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้าด้วยการจัดทำ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” โดยภาครัฐจะเป็นผู้รับภาระชำระค่าเบี้ยประกันภัยให้กับประชาชนทั้งประเทศ เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยอย่างเป็นระบบ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้แก่ประชาชน ครอบคลุมระดับครัวเรือนสูงถึง 30 ล้านครัวเรือน เพื่อรองรับภัยพิบัติร้ายแรง 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย (น้ำท่วม) วาตภัย (พายุ) และแผ่นดินไหว

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนการช่วยเหลือแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่ประชาชนจะได้รับ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

1.ความคุ้มครองที่อยู่อาศัย (จ่ายเบื้องต้นภายใน 15 วัน):

  • อุทกภัย: จ่ายเงินชดเชยเบื้องต้นทันที 10,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

  • วาตภัย และ แผ่นดินไหว: จ่ายเงินชดเชยเบื้องต้นทันที 5,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

  • การจ่ายเพิ่มเติม: จะมีการประเมินและจ่ายเพิ่มตามมูลค่าความเสียหายจริง โดยรวมวงเงินชดเชยทั้งหมดไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

2.ความคุ้มครองชีวิต:

  • หากเสียชีวิตจากภัยพิบัติที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครอง ระบบจะจ่ายเงินผลประโยชน์รายละ 2,000,000 บาท

 

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมด้านงบประมาณว่า ภาครัฐจะประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากกว่าเดิมอย่างมีนโยบาย เนื่องจากค่าเบี้ยประกันภัยที่รัฐต้องจ่ายต่อปีตกอยู่ที่ประมาณ 15,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่น้อยกว่างบประมาณเยียวยาที่รัฐต้องสูญเสียไปในแต่ละปีอย่างมาก (ซึ่งเดิมยังไม่รวมค่าถุงยังชีพ ค่าศูนย์พักพิง และค่ารักษาพยาบาล) ถือเป็นการจำกัดความเสี่ยงทางการคลัง ขณะเดียวกันประชาชนกลับได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและรวดเร็วขึ้น

ขณะนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงาน คปภ. กำลังเร่งปรับปรุงข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับมาตรการช่วยเหลือเดิม โดยตั้งเป้าหมายเซ็ตระบบทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 และจะเริ่มเปิดใช้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป.