thansettakij
thansettakij
กทม.เร่งระบายน้ำออกฝั่งตะวันออกเต็มสูบ คาดน้ำท่วมเคหะคลองจั่นสถานการณ์คลี่คลายคืนนี้ พร้อมยืนยันแผนพร่องน้ำมีการทำต่อเนื่อง

"น้ำท่วมเคหะคลองจั่น" กทม.เร่งระบาย คาดคลี่คลายคืนนี้

30 ก.ย. 69 | 05:38 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 06:10 น.

กทม.เร่งระบายน้ำออกฝั่งตะวันออกเต็มสูบ คาดน้ำท่วมเคหะคลองจั่นสถานการณ์คลี่คลายคืนนี้ พร้อมยืนยันแผนพร่องน้ำมีการทำต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • กทม. เร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่เคหะคลองจั่น ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ หลังจากระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลง ทำให้สามารถสูบน้ำออกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ระดมเครื่องสูบน้ำจำนวนมาก รวมถึงนวัตกรรม "ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์" จากเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่
  • เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จะคลี่คลายและดีขึ้นอย่างชัดเจนภายในคืนนี้

30 ก.ย. 69 นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สถานการณ์หลายจุดเริ่มดีขึ้น หลังคลองแสนแสบสามารถระบายน้ำได้มากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ที่ระบายน้ำลงคลองแสนแสบทยอยคลี่คลาย โดยถนนรามคำแหงสามารถเปิดการจราจรได้เกือบตลอดเส้นทางแล้ว ส่วนลาดพร้าวยังมีน้ำท่วมขังบางช่วงบริเวณลาดพร้าว 101 และบางกะปิ ซึ่ง กทม. เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้เราจะไล่น้ำจากถนนสายหลัก แล้วจึงค่อยไล่น้ำจากซอยและชุมชนตามลำดับ หากระดับคลองแสนแสบลดลงตามที่คาดไว้ จะสามารถเร่งสูบน้ำในพื้นที่คลองจั่นได้มากขึ้น และคาดว่าจะเห็นสถานการณ์ดีขึ้นชัดเจนในคืนนี้”

สำหรับคลองจั่น เป็นพื้นที่ลุ่มและมีข้อจำกัดด้านระบบระบายน้ำ กทม. ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำทั้งผ่านระบบท่อและบนผิวถนน โดยมีเครื่องสูบน้ำบริเวณริมคลองแสนแสบ รวมถึงสถานีสูบน้ำบริเวณลำพังพวย เพื่อผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ ขณะเดียวกันได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำและกำลังเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยประเมินปริมาณน้ำที่ต้องเร่งระบายในพื้นที่คลองจั่นซึ่งน้ำลีกประมาณ 1.50 เมตร หรือมีน้ำกว่า 300,000 ลูกบาศก์เมตร

เร่งประสานพื้นที่รอยต่อ แก้ไขน้ำท่วมลาดกระบัง-ศรีนครินทร์

ส่วนพื้นที่ ลาดกระบัง–ศรีนครินทร์–คลองประเวศฯ ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำมากกว่าพื้นที่คลองแสนแสบ เนื่องจากลักษณะเส้นทางน้ำและระบบระบายน้ำแตกต่างกัน กทม. อยู่ระหว่างเร่งระบายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อจังหวัด เพื่อบริหารจัดการน้ำร่วมกัน

ด้านการจราจร หลายเส้นทางเริ่มกลับมาใช้งานได้มากขึ้น แต่ยังมีจุดที่ต้องเร่งระบายน้ำ เช่น ลาดพร้าว 101 โดย กทม. ได้จัดทีมลงพื้นที่แก้ไขจุดน้ำท่วมขังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด

น้ำเหนือยังไม่กระทบกรุง ย้ำกทม.มีแนวคันกั้นน้ำและระบบป้องกันน้ำริมเจ้าพระยา

นายวิศณุ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯล่าสุดว่า ในภาพรวมน้ำเหนือยังอยู่ในระดับที่ กทม. สามารถบริหารจัดการได้ แม้กรมชลประทานจะเพิ่มปริมาณการระบายน้ำลงมา แต่ กทม. มีแนวคันกั้นน้ำและระบบป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยารองรับ โดยระดับน้ำเจ้าพระยาประมาณ 2.10 เมตร ยังต่ำกว่าระดับที่ระบบป้องกันสามารถรองรับได้มากกว่า 3 เมตร จึงยังไม่กระทบต่อสถานการณ์โดยรวม ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำรั่วซึมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ยืนยันกทม.พร่องน้ำในคลองต่อเนื่องตลอดฤดูฝน

นายวิศณุ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่บอกว่า กทม.ไม่ได้พร่องน้ำในคลองเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ล่วงหน้า ในส่วนนี้ขอชี้แจงว่า กทม. มีการพร่องน้ำในคลองอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝน ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะเมื่อมีการคาดการณ์ฝนตก เนื่องจากคลองเป็นกลไกหลักในการรองรับและระบายน้ำของกรุงเทพฯ โดยจะควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนริมคลอง

“หน้าฝนเราไม่ได้รอพยากรณ์ฝนตก เพราะฝนสามารถตกได้ทุกวัน กทม. ต้องพร่องน้ำในคลองไว้ตลอด เพื่อให้มีพื้นที่รองรับน้ำและใช้คลองเป็นทางระบายน้ำหลักของเมือง” 

ส่วนการเดินเครื่องสูบน้ำ ยืนยันว่า กทม. ใช้กำลังสูบน้ำที่มีอยู่อย่างเต็มที่ แต่การสูบต้องสัมพันธ์กับระดับน้ำและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่สถานีสูบ โดยเฉพาะพื้นที่คลองประเวศฯ และคลองพระโขนง ซึ่งมีเส้นทางน้ำคดเคี้ยว ทำให้น้ำต้องใช้เวลาเดินทางเข้าสู่สถานีสูบน้ำ ทั้งนี้ กทม. มีโครงการพัฒนาอุโมงค์รับน้ำบริเวณถาวรมหาบุตร เพื่อรับน้ำและส่งตรงออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ลดข้อจำกัดของเส้นทางน้ำเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองพระโขนงและคลองประเวศฯ ในอนาคต

ชัชชาติ ลุยเคหะคลองจั่น ระดม“ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์” เร่งสูบน้ำลงแสนแสบ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณเคหะคลองจั่น–แยกนิด้า เขตบางกะปิ พร้อมตรวจการเร่งสูบน้ำออกจากชุมชนและถนน หลังระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลง ทำให้สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่ระบบคลองได้มากขึ้น โดยระดมเครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันน้ำ รวมถึง “ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์” จากเครือข่ายภาคประชาชนเข้ามาเสริมกำลัง

สำหรับหลักสำคัญในการแก้ปัญหาพื้นที่คลองจั่น คือ ต้องเร่งลดระดับน้ำในคลองแสนแสบก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ระดับน้ำในคลองสูง ทำให้เครื่องสูบน้ำในพื้นที่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเมื่อสูบน้ำออกไปแล้วมีโอกาสไหลย้อนกลับ แต่หลังจากกรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำในคลองแสนแสบไปทางพระโขนงอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำเริ่มลดลงและมีพื้นที่รองรับน้ำมากขึ้น จึงสามารถเร่งสูบน้ำจากเคหะคลองจั่นลงคลองได้

“พอคลองแสนแสบลดลง ก็มีช่องให้เราสูบน้ำลงคลองได้มากขึ้น สถานการณ์ก็ค่อย ๆ ดีขึ้น เราต้องเร่งลดคลองก่อน จากนั้นจึงดึงน้ำจากถนนและชุมชนออกมาให้เร็วที่สุด” 

สำหรับการเร่งระบายน้ำในคลองแสนแสบ กรุงเทพมหานครได้นำเรือกำลังสูงมาช่วยผลักดันน้ำ โดยจัดวางตามแนวคลองและบริเวณสะพาน เพื่อเพิ่มความเร็วการไหลของน้ำมุ่งหน้าไปยังระบบระบายน้ำและประตูระบายน้ำพระโขนง เมื่อระดับน้ำในคลองหลักลดลง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงน้ำจากถนน ซอย และชุมชนโดยรอบเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น

ขน“ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์”นวัตกรรมฝีมือคนไทย เร่งสูบน้ำช่วยเคหะคลองจั่น 

การแก้ไขน้ำท่วมเคหะคลองจั่นในครั้งนี้ ได้นำ “ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคประชาชนและผู้ประกอบการจากปราจีนบุรีและอยุธยา เป็นอุปกรณ์ที่คนไทยประยุกต์ขึ้นจากเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เดิมใช้ในภาคการเกษตร เช่น สูบน้ำเข้านา บ่อปลา และบ่อกุ้ง มาปรับใช้กับการสูบน้ำท่วม โดยท่อมีขนาดประมาณ 15 นิ้ว สามารถสูบน้ำได้ในปริมาณมาก และเหมาะกับลักษณะพื้นที่เคหะคลองจั่นที่เป็นแอ่งและมีน้ำสะสมในระดับต่ำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นนวัตกรรมของคนไทยที่นำมาประยุกต์ใช้ได้เหมาะกับสถานการณ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายต่างจังหวัด ทั้งปราจีนบุรีและอยุธยา หลังมีการประสานขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเครื่องประเภทนี้ไม่ใช่อุปกรณ์ที่กรุงเทพมหานครใช้งานเป็นประจำ

“เป็นความรู้ใหม่และประสบการณ์ใหม่ เป็นนวัตกรรมของคนไทยที่นำของที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ดี วันนี้ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ต้องขอบคุณเจ้าของเครื่องและเครือข่ายที่นำอุปกรณ์เข้ามาช่วยคนกรุงเทพฯ”

สำหรับการสูบน้ำในพื้นที่เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ปรับตำแหน่งและองศาของท่อ พร้อมใช้กระสอบทรายเสริมฐานให้มั่นคง เพื่อให้ปลายท่อสามารถดูดน้ำในจุดต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจากการเดินเครื่องในช่วงแรกพบว่าระดับน้ำลดลงประมาณ 15 เซนติเมตรในเวลาราว 1 ชั่วโมง และเมื่อเดินเครื่องพร้อมกัน 2 ชุด จะช่วยเพิ่มความเร็วในการระบายน้ำได้มากขึ้น

ระดับน้ำเริ่มลด เร่งสูบน้ำ นำรถใหญ่ช่วยเหลือปชช.

สถานการณ์ล่าสุด ภายในเคหะคลองจั่นหลายจุดระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากช่วงแรกที่บางพื้นที่ต้องใช้เรือในการสัญจร ปัจจุบันบางส่วนเริ่มเดินเท้าและใช้รถเข้าถึงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นที่ด้านในบางจุดยังมีน้ำท่วมลึก จำเป็นต้องเดินเครื่องสูบน้ำต่อเนื่อง และใช้รถขนาดใหญ่เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน

ส่วนการจราจรบริเวณแยกนิด้าและหน้าเคหะคลองจั่น ช่วงเช้ายังอาจไม่สะดวก เนื่องจากมีการวางท่อและสูบน้ำข้ามถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ต้องเพิ่มความระมัดระวังจากกระแสน้ำและอุปกรณ์ที่ติดตั้งในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประเมินและปรับการจัดการจราจรตามสถานการณ์

อัปเดตพื้นที่เชื่อมต่อ รามคำแหง หัวหมาก ลาดพร้าวสถานการณ์ดีขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า ถนนรามคำแหงและพื้นที่ชั้นในหลายจุดมีระดับน้ำลดลง รถขนาดเล็กสามารถผ่านได้มากขึ้น ขณะที่บางซอยในหัวหมากและพื้นที่ลึกยังต้องเร่งสูบน้ำและรอระดับคลองแสนแสบลดลงอีก ส่วนถนนลาดพร้าวหลายจุดสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว

ขณะที่พื้นที่ลาดกระบังยังมีน้ำท่วมบางจุด เนื่องจากระดับน้ำในคลองประเวศบุรียังสูง ทำให้การระบายน้ำทำได้ช้ากว่าพื้นที่อื่น กรุงเทพมหานครจึงเตรียมทยอยเคลื่อนเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์บางส่วนไปเสริมกำลัง เพื่อเร่งลดระดับน้ำในคลองประเวศบุรี ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่พัฒนาการและพื้นที่เชื่อมต่อทยอยลดระดับน้ำตามไปด้วย

ส่วนพื้นที่สายไหม กรุงเทพมหานครยังติดตามมวลน้ำจากพื้นที่รอยต่อจังหวัดปทุมธานี ซึ่งอาจส่งผลให้บางชุมชนมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นแม้ไม่มีฝนตก พร้อมใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์ล่วงหน้า โดยกำชับให้ข้อความมีความชัดเจน รัดกุม และไม่สร้างความตื่นตระหนก

กทม.ย้ำภารกิจยังไม่จบ เร่งเดินหน้าลดระดับน้ำ-สูบน้ำออกจากถนนและชุมชน 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า แม้สถานการณ์หลายพื้นที่จะเริ่มคลี่คลาย แต่ภารกิจยังไม่จบ กรุงเทพมหานครจะต้องเร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลัก สูบน้ำออกจากถนนและชุมชน และหมุนเวียนเครื่องมือไปยังพื้นที่ที่ยังมีปัญหาอย่างต่อเนื่อง

“เวลาน้ำท่วม น้ำเข้าได้ง่าย แต่ออกยาก เราต้องใช้ทุกวิธีและทุกอุปกรณ์ที่มี ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไล่ลดน้ำจากคลอง จากถนน แล้วจึงดึงน้ำออกจากชุมชน เป้าหมายคือเร่งคืนพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด”