thansettakij
thansettakij
“การบินไทย”ทำป่วน ผู้โดยสาร-กระเป๋าตกค้าง ไร้การแจ้งข่าวสาร

“การบินไทย”ทำป่วน ผู้โดยสาร-กระเป๋าตกค้าง ไร้การแจ้งข่าวสาร

28 ก.ย. 69 | 11:46 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 69 | 11:54 น.

สนามบินสุวรรณภูมิป่วนหนัก “การบินไทย”บริหารล้มเหลว ทำผู้โดยสาร-กระเป๋าตกค้างนานข้ามวัน ไร้แจ้งเตือน ต้องดึงทหาร-ไปรษณีย์ไทยช่วย เร่งหาทางแก้ปัญหาด่วน

KEY

POINTS

  • การบินไทยเกิดปัญหาบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระที่สนามบินสุวรรณภูมิล้มเหลว ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องรอรับกระเป๋านานหลายชั่วโมงหรือข้ามวัน
  • ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบไม่ได้รับการแจ้งข่าวสาร หรือคำชี้แจงใดๆ จากเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดความสับสนและต้องรออย่างไร้จุดหมาย
  • มีข้อมูลว่า การบินไทยเลือกจัดการสัมภาระให้สายการบินพันธมิตรก่อนเพื่อเลี่ยงค่าปรับ ทำให้ผู้โดยสารของตนเองถูกละเลยและกระเป๋าตกค้าง

เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นภายในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากการบริหารจัดการของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับสัมปทานดูแลบริการจัดการกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร ประสบภาวะล้มเหลวอย่างหนัก 

ส่งผลให้มีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก ต้องตกค้างอยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร เนื่องจากไม่ได้รับกระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่อง โดยผู้โดยสารหลายรายต้องใช้เวลารอนานถึง 5-6 ชั่วโมง และบางรายต้องรอนานข้ามวัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือ การประกาศชี้แจงใดๆ จากทางการบินไทยที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

ผู้โดยสารสุดทนไร้การสื่อสาร

จากเสียงสะท้อนของผู้โดยสารหญิงรายหนึ่ งที่เดินทางมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เวลาประมาณ 00.20 น. เปิดเผยว่า เมื่อมาถึงจุดรับกระเป๋า กลับไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งข้อมูลหรือสื่อสารใดๆ 

ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไม่รู้เรื่องต้องยืนรอโดยไร้จุดหมาย นานกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวด้วยกันเองเข้ามาแจ้งว่า มีทางเลือกคือให้รอ 3-5 ชั่วโมง หรือทำเรื่องไว้แล้วกลับบ้านก่อนแล้วค่อยมารับวันหลัง

ทั้งนี้ เมื่อเธอเดินทางไปติดต่อแผนกกระเป๋าสูญหาย (Lost and Found) เจ้าหน้าที่กลับไม่แนะนำให้จัดส่งกระเป๋าตามไปที่บ้าน แต่แนะนำให้เดินทางกลับไปก่อนแล้วค่อยมารับเองในวันรุ่งขึ้น 

ทำให้เธอต้องเดินทางกลับบ้านไปอาบน้ำ แล้วเสียเวลาเดินทางต่อแถวรอรับกระเป๋าใหม่อีกรอบในช่วงเช้า สะท้อนถึงการขาดประสิทธิภาพในการสื่อสารและการบริหารจัดการของการบินไทยอย่างชัดเจน

ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โพสต์ใน X ถึงการบริหารที่ไร้ทิศทางว่า ไม่ใช่ว่าผม เป็น FC #การบินไทย แล้วจะวิจารณ์ไม่ได้ และผมพยายามจะไม่พูดเรื่องการเมืองแล้ว แต่รัฐบาลคุณ #อนุทิน ต้องรับไป... 

จากกรณีที่ #น้ำท่วมกรุงเทพ จนทำให้พนักงาน Ground หลายท่านไม่สามารถมาทำงานได้ จริงเกิดเหตุให้เที่ยวบินล่าช้าเป็นเวลาหลายชั่วโมง รวมถึงสายพานกระเป๋าก็ล่าช้าหลังจากเครื่องลง 

ผมอยากสอบถาม @ThaiAirways ว่า ในกรณีแบบนี้ ทำไมสายการบินยังดันทุรังจะบินต่อ เพราะหากพนักงานไม่พอ ก็ควรจะยกเลิกไฟล์ท หรือไม่? เพราะยกเลิกไฟล์ทบิน ผมว่าผู้โดยสารเข้าใจมากกว่า ก็มาขอคืนเงินอะไรกันปกติ ผมไม่เข้าใจเท่านั้นว่า จะบินต่อทำไม ช่วงที่ญี่ปุ่นหรือจีนพายุเข้า ทางสายการบินที่นั่นเค้าก็ยกเลิกไฟล์ท เมื่อสถานการณ์ปกติ เค้าถึงกลับมาเปิด ผมก็หวังว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนที่ดีให้กับบริษัทนะครับ ว่าอย่าดันทุรังเลย ยกเลิกไฟล์ทย่อมดีกว่าดีเลย์ครับ

อีกส่วน คือ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไม่ร่วมประสานงานให้ชัดเจน 
และส่วนสุดท้ายคือ รัฐบาล ที่ไม่มีแผนการจัดการน้ำที่ชัดเจน โดย สส. รวมถึงนักวิชาการหลายคน ได้เสนอวิธีจัดการน้ำแล้ว ทั้งแก้มลิงนู่นนี่นั่นเยอะแยะ แต่ผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลทำอะไรครับ พูดว่าเอาอยู่ (เอาอยู่พ่xมึงอ่ะ) 

อย่างที่บอก ว่าพยายามแล้วที่จะไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ผมเห็นความเดือดร้อนมันเป็นวงกว้างขนาดรี้ รบ.จะมาลอยตัวไม่ได้หรอกก็ต้องรับไปเต็มๆนั่นแหละ

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลน่าตกใจว่า ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้รับสัมปทานบริการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระ 2 ราย โดยอีกรายหนึ่งไม่พบปัญหาและสามารถจัดการสัมภาระได้ตามปกติ 

ในขณะที่ปัญหาเกิดขึ้นกับการบินไทยเพียงเจ้าเดียว และที่น่าตั้งคำถามอย่างยิ่งคือ การบินไทยซึ่งรับหน้าที่ดูแลสัมภาระให้ทั้งสายการบินของตนเองและสายการบินพันธมิตร กลับเลือกที่จะเร่งดำเนินการขนถ่ายสัมภาระให้แก่ผู้โดยสารของสายการบินอื่นก่อน

 เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อสัญญาว่าจ้างที่มีการระบุเงื่อนไขค่าปรับไว้มหาศาลหากเกิดความล่าช้า แต่กลับ "เท" ผู้โดยสารของตนเอง ปล่อยให้กระเป๋าตกค้างและเที่ยวบินขาออกดีเลย์นับชั่วโมง

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ทอท. อยู่ระหว่างการพิจารณาลงโทษและเรียกเก็บค่าปรับจาก “การบินไทย” เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายและล่าช้าอย่างร้ายแรง เพื่อวางมาตรฐานการให้บริการและย้ำเตือนว่าการดูแลประชาชนและผู้โดยสารจะต้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด