thansettakij
thansettakij
'ณพล จาตุศรีพิทักษ์' ชี้แก้การเมืองเรื้อรัง เร่งปฏิรูปโครงสร้าง เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

'ณพล จาตุศรีพิทักษ์' ชี้แก้การเมืองเรื้อรัง เร่งปฏิรูปโครงสร้างประเทศ

24 ก.ย. 69 | 12:28 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ย. 69 | 12:51 น.

ดร.ณพล จาตุศรีพิทักษ์ ชี้ไทยถูกประเมินศักยภาพเติบโตจำกัด หลังเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิมเริ่มเสื่อมถอย เตือนการเมืองเรื้อรังขาดเสถียรภาพ เอกภาพ เจตจำนงปฏิรูปโครงสร้าง ต้องเร่งปฏิรูปการเมืองสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ

KEY

POINTS

  • ดร.ณพล ชี้ว่าปัญหาการเมืองภายในที่เรื้อรัง ขาดเสถียรภาพและเอกภาพ เป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศตกต่ำ
  • ผลจากปัญหาดังกล่าวทำให้ไทยถูกมองว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตจำกัด
  • ข้อเสนอแนะคือต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพ เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

24 กันยายน 2569 สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า จัดงานสัมมนา “Do’s and Don’ts: ประเทศไทยในเกมโลก” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายของประเทศไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก 

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจโดย ดร.ณพล จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ประสานงานโครงการ Thailand Studies Programme สถาบัน ISEAS-Yusof Ishak Institute ประเทศสิงคโปร์ และกรรมการผู้จัดการ Thailand Future Institute ให้มุมมองว่า จากเวทีประชุมนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต่างประเทศ มีการจัดประเทศไทยอยู่ใน Tier 3 ร่วมกับฟิลิปปินส์และเมียนมา ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตจำกัด และถูกมองว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ดร.ณพลระบุว่า ภาพดังกล่าวแตกต่างจากในอดีตที่ไทยเคยเป็นหัวขบวนทางเศรษฐกิจและเป็นผู้บุกเบิกอาเซียน ขณะที่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เครื่องยนต์เศรษฐกิจดั้งเดิมอย่างการท่องเที่ยวและการส่งออกเริ่มเสื่อมถอย ขณะเดียวกันบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศของไทยลดลง จนขาดอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน

“การเมืองเรื้อรัง” ต้นตอเศรษฐกิจ-ต่างประเทศ

ดร.ณพลกล่าวว่า ปัญหาความตกต่ำทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศมีต้นตอมาจากปัญหาการเมืองเรื้อรังภายในประเทศที่ขาดเสถียรภาพ เอกภาพ และเจตจำนงในการปฏิรูปโครงสร้าง โดยการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและรัฐประหารซ้ำซากสร้างความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย

นอกจากนี้ รัฐบาลผสมยังขาดความเป็นสถาบัน และมุ่งเน้นการต่อรองผลประโยชน์ในเครือข่ายอุปถัมภ์ มากกว่าการแข่งขันเชิงนโยบายระยะยาวเพื่ออนาคตประเทศ

ดร.ณพลทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยไม่สามารถแก้ภาพลักษณ์ประเทศด้วยการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเร่งปฏิรูปการเมืองให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ