thansettakij
thansettakij
Mars ทุ่ม 7 พันล้าน เปิดโรงงาน Pringles แห่งแรกในไทย ดันชลบุรีขึ้นฐานผลิตส่งออก AMEA

Mars ทุ่ม 7 พันล้าน เปิดโรงงาน Pringles แห่งแรกในไทย ดันชลบุรีขึ้นฐานผลิตส่งออก AMEA

23 ก.ย. 69 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ย. 69 | 04:54 น.

Mars เร่งลงทุนไทย 7 พันล้านบาท เปิดโรงงาน Pringles-EEC เดินสายผลิตที่ 2 รับความต้องการโต ดึงซัพพลายเออร์ไทยร่วม 50% เพิ่มกำลังผลิต ลุยตลาด AMEA

KEY

POINTS

  • บริษัท Mars ลงทุนกว่า 7 พันล้านบาท เปิดโรงงานผลิตพริงเกิลส์ (Pringles) แห่งแรกในประเทศไทย ที่จังหวัดชลบุรี ในเขต EEC
  • ตั้งเป้าให้โรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิตและส่งออกเชิงกลยุทธ์สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA)
  • โรงงานได้เริ่มเดินสายการผลิตที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และได้เริ่มส่งออกสินค้าไปยังอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวันแล้ว

นายกาเบรียล เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA), มาร์ส สแนกกิ้ง เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการลงทุนกว่า 7 พันล้านบาท เพื่อเปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทย รวมถึงเริ่มดำเนินงานสายการผลิตที่ 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค 

การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายในระยะยาวที่มีต่อประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกเชิงกลยุทธ์ โดยโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) โดยครอบคลุมพื้นที่ 73,800 ตารางเมตร และเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดส่งผลิตภัณฑ์ Pringles ไปยังประเทศอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน และมีแผนขยายไปยังตลาดอื่นเพิ่มเติมในอนาคต 

สร้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่ง

โดยโรงงานดังกล่าวจะสร้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่งในช่วงเริ่มต้นดำเนินงาน และยังช่วยสนับสนุนภาคการผลิตของไทยในวงกว้าง ซึ่งเกือบ 50% ของงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างมาจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศไทย

“การเปิดโรงงานดังกล่าาวในจังหวัดชลบุรีและการเริ่มดำเนินงานสายการผลิตที่ 2 นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในระยะยาวของมาร์สที่มีต่อประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกเชิงกลยุทธ์ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง บุคลากรที่มีทักษะ และความสามารถในการเชื่อมโยงกับตลาดต่าง ๆ ในภูมิภาคของประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อการขยายธุรกิจของ Pringles ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา”

Mars ทุ่ม 7 พันล้าน เปิดโรงงาน Pringles แห่งแรกในไทย ดันชลบุรีขึ้นฐานผลิตส่งออก AMEA

นอกจากนี้ ยังมุ่งลงทุนในการพัฒนาบุคลากรในประเทศ เสริมขีดความสามารถด้านการผลิต และความร่วมมือกับซัพพลายเออร์รายย่อย โดยปัจจุบันเกือบ 50% ของการใช้จ่ายทั้งหมดของโรงงานเป็นการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาร์สในการสนับสนุนสินค้าจากในประเทศ ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยในวงกว้าง 

โรงงานอัจฉริยะดิจิทัลเต็มรูปแบบ

โรงงานในจังหวัดชลบุรีเป็นโรงงานผลิตอัจฉริยะที่ใช้ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเข้ากับระบบความปลอดภัยด้านอาหารและมาตรฐานคุณภาพระดับโลก โดยแดชบอร์ดดิจิทัลช่วยติดตามการทำงานของสายการผลิตแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน ตลอดการดำเนินงานโรงงานจะติดตามประสิทธิภาพของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินเครื่อง เพิ่มผลิตภาพ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน

นอกจากนี้ แนวทางด้านความยั่งยืนยังได้รับการนำมาผสมผสานเข้ากับการดำเนินงานของโรงงาน ผ่านการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ประหยัดพลังงาน ระบบบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนกระบวนการลดของเสีย การรีไซเคิล และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ โดยโรงงานมีการติดตามผลการดำเนินงานด้านพลังงาน น้ำ ของเสีย และการปล่อยก๊าซ เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

“โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 208,000 ตารางเมตร มีศักยภาพด้านกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของมาร์สในระยะยาว รวมถึงมีความพร้อมในการตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา หลังจากสายการผลิตที่ 2 เริ่มดำเนินงานในเดือนกันยายน 2569 และมีแผนเปิดสายการผลิตที่ 3 ในช่วงปลายปี 2570 โรงงานแห่งนี้กำลังก้าวเข้าสู่ระยะต่อไปของการเติบโต และจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเครือข่ายการผลิต Pringles ระดับภูมิภาค”

นางสาวอนิณ เมฆสุขใส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)กล่าวว่า การลงทุนดังกล่าวในจังหวัดชลบุรีแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งในการเป็นฐานรองรับการผลิตขั้นสูงที่มีคุณภาพและการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว โดยโรงงานดังกล่าวจะมีส่วนช่วยสร้างงานที่มีคุณภาพ พัฒนาทักษะ และเสริมศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ พร้อมทั้งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกระดับ