thansettakij
thansettakij
“น่าน” น้ำหลาก สัญญาณเตือนจากอวกาศ “สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่”

“น่าน” น้ำหลาก สัญญาณเตือนจากอวกาศ “สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่”

21 ส.ค. 69 | 12:55 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 69 | 13:01 น.

GISTDA ชี้ข้อมูลดาวเทียมสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าน่าน พบพื้นที่ป่าลดลง ขณะที่เกษตรกรรมขยายตัว อาจกระทบการชะลอน้ำและเพิ่มความเสี่ยงน้ำหลาก

KEY

POINTS

  • GISTDA ใช้ข้อมูลดาวเทียมติดตามสถานการณ์น้ำหลากในจังหวัดน่าน ซึ่งสัมพันธ์กับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงและที่ราบลุ่มแม่น้ำ
  • ข้อมูลจากอวกาศสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ในระยะยาว โดยพบว่าพื้นที่ป่าไม้ลดลงสวนทางกับการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ต้นน้ำ
  • ข้อมูลดาวเทียมทำหน้าที่เป็น "สัญญาณเตือน" เพื่อใช้วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของที่ดิน นำไปสู่การวางแผนฟื้นฟูป่าต้นน้ำและเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน หลังเกิดฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา ก่อนที่มวลน้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่อำเภอเมืองน่านในเวลาต่อมา

จากการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศ GISTDA พบว่า ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดน่านซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขา ขณะที่พื้นที่ราบสำคัญอยู่ตามแนวลุ่มแม่น้ำน่าน เป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกับปริมาณฝนสะสมและเส้นทางการไหลของน้ำ โดยพื้นที่อำเภอเมือง ปัว ท่าวังผา ภูเพียง และเวียงสา เป็นพื้นที่ราบลุ่มที่มีชุมชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกระจายตัวอยู่

ข้อมูลดาวเทียมสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าและเกษตรกรรม

“น่าน” น้ำหลาก สัญญาณเตือนจากอวกาศ “สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่”

GISTDA ระบุว่า การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินจากดาวเทียมยังพบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลกรมป่าไม้ระบุว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่ป่าคงสภาพ 4,644,739 ไร่ หรือ 61.10% ของพื้นที่จังหวัด ลดลง 29,059 ไร่ หรือ 0.63% เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างปี 2558 และ 2568

พื้นที่ที่น่าจับตาคือบริเวณอำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอทุ่งช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำน่าน โดยข้อมูลจากดาวเทียมพบความสอดคล้องระหว่างการลดลงของพื้นที่ป่าและการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม

ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 2,696,069 ไร่ คิดเป็น 35.47% ของพื้นที่ทั้งหมด และพบพื้นที่เกษตรกรรมบางส่วนอยู่ในบริเวณที่ซ้อนทับกับเขตพื้นที่ป่า โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอทุ่งช้าง

ข้าวโพดครองพื้นที่เกษตรกรรมบนพื้นที่สูง

เมื่อพิจารณาข้อมูลจากแพลตฟอร์ม EcoPlant ของ GISTDA พบว่า พืชที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุดในจังหวัดน่านในปี 2568 ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 440,000 ไร่ ยางพาราประมาณ 300,000 ไร่ และข้าวประมาณ 330,000 ไร่ โดยพื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่สูง

ข้อมูลดังกล่าวเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายดาวเทียม ช่วยให้เห็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดน่านในมิติของพื้นที่และช่วงเวลา ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการติดตามทรัพยากรธรรมชาติและการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่

“สัญญาณจากอวกาศ” สู่การวางแผนรับมือน้ำหลาก

“น่าน” น้ำหลาก สัญญาณเตือนจากอวกาศ “สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่”

GISTDA มองว่า ข้อมูลจากดาวเทียมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับติดตามพื้นที่น้ำท่วมที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังสามารถใช้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ในระยะยาว ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม และการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้เห็นแนวโน้มและความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลดังกล่าวจึงสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งมีบทบาทในการชะลอการไหลของน้ำ รวมถึงใช้ประกอบการกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคต

ทั้งนี้ การวิเคราะห์สถานการณ์น้ำหลากจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปริมาณและรูปแบบของฝน ลักษณะภูมิประเทศ สภาพลำน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ต้นน้ำ โดยข้อมูลจากดาวเทียมทำหน้าที่เป็นหลักฐานเชิงพื้นที่ที่ช่วยให้หน่วยงานสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงและนำไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ