
สรุป 3 ทางออก "ธงทอง" ปิดมหากาพย์พิพาท ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
เจาะลึกทางออกวิกฤตที่ดิน "วัดป่าอดุลยาราม" หลังศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ลงพื้นที่กางโรดแมปแก้ปมโฉนดค้างคา 30 ปี มั่นใจหลักฐานชัดเจน เตรียมโอนเป็นกรรมสิทธิ์วัดทันที ย้ำชัด "ที่ดินวัดคือธรณีสงฆ์"
KEY
POINTS
- เร่งรัดการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินให้เป็นของวัดป่าอดุลยารามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะหารือกับผู้ว่าฯ ขอนแก่นและสำนักงานที่ดิน
- ชี้แจงค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินที่โปร่งใส โดยค่าธรรมเนียมตามระเบียบราชการอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาท ไม่ใช่ 1.5 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง
- ยกระดับความปลอดภัยโดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความเรียบร้อย และเตือนประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเรี่ยไรเงินบริจาค
วิกฤตข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ที่เป็นมหากาพย์ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ หรือกว่า 30 ปี กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อคลายปมปัญหาที่ยืดเยื้อ โดยมุ่งเน้นการใช้กลไกทางกฎหมายและความโปร่งใสเป็นบรรทัดฐาน เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่พุทธสถานแห่งนี
ภารกิจ "ทวงคืนธรณีสงฆ์" บนบรรทัดฐานความถูกต้อง
เมื่อค่ำวันที่ 16 สิงหาคม 2569 บรรยากาศภายในวัดป่าอดุลยารามเต็มไปด้วยความหวัง เมื่อ "ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ" ประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางเข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทที่ดิน 21 ไร่ และยุติปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 30 ปี ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
หัวใจสำคัญที่อาจารย์ธงทอง ยืนยันคือ "ความเป็นเจ้าของที่สมบูรณ์ของวัด" ซึ่งมีการประกาศตั้งวัดในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี 2541
ดังนั้น กรรมสิทธิ์ในทางกฎหมายจึงเป็นของวัดโดยมิพักต้องสงสัย แม้จะมีฝ่ายที่พยายามแจ้งว่าโฉนดที่ดินสูญหาย แต่ความจริงที่ปรากฏคือ เอกสารตัวจริงยังคงอยู่ในการครอบครองและดูแลของวัดมาโดยตลอด
โรดแมปแก้ปมโฉนด เร็ว-ชัดเจน-โปร่งใส
ฐานเศรษฐกิจ สรุปรวม 3 ทางออกที่ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง นำเสนอประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการทันที ดังนี้
1.การเร่งเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดิน แม้วัดจะมีกรรมสิทธิ์มาช้านาน แต่ในทางเอกสารราชการยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อให้เป็นชื่อวัดอย่างถูกต้อง โดยในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จะมีการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและสำนักงานที่ดิน เพื่อเร่งรัดขั้นตอนทางกฎหมายให้เร็วที่สุด
2. การจัดการค่าใช้จ่ายที่โปร่งใส มีความพยายามสร้างความเข้าใจผิดว่าการโอนที่ดินต้องใช้เงินสูงถึง 1.5 ล้านบาท แต่ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ได้ชี้แจงความจริงว่า ค่าธรรมเนียมตามระเบียบราชการจะอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาท เท่านั้น
3. การยกระดับความปลอดภัยและป้องกันมิจฉาชีพ ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไป ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความเรียบร้อยภายในวัด พร้อมเตือนพุทธศาสนิกชนให้ระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นนายหน้าเรี่ยไรเงิน โดยเน้นย้ำให้ทำบุญผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดของวัดโดยตรงเท่านั้น
บรรทัดฐานใหม่แห่งการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง มองว่ากรณีวัดป่าอดุลยารามคือ "กรณีศึกษา" ที่สำคัญสำหรับวัดทั่วประเทศ ปัญหาที่ดินที่บริจาคให้วัดแต่ไม่ได้ดำเนินการทางเอกสารให้เรียบร้อยจนกลายเป็นภาระค้างคา ต้องได้รับการสะสางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคดีความในอนาคต
"หลวงพ่อบอกคอยมา 30 ปีแล้ว คอยอีกก็ได้ แต่ผมบอกท่านว่าผมคอยไม่ไหว ต้องรีบทำให้ดีและเร็วที่สุด" อาจารย์ธงทอง กล่าว





