
ขนส่งเตือนภัย รู้จัก 4 จุดบอดรถบรรทุก ก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด
กรมการขนส่งทางบก เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนระวัง 4 จุดบอดรอบรถบรรทุกขนาดใหญ่ เผยด้านซ้ายอันตรายที่สุด ย้ำหลักจำง่ายๆ แนะเว้นระยะห่าง เลี่ยงขับแช่ ห้ามแทรกซ้ายขณะเลี้ยวเด็ดขาด ป้องกันอุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางบกเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระวัง 4 จุดบอดหลักรอบรถบรรทุก ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ขับรถบรรทุกมองไม่เห็น
- จุดบอดด้านซ้ายของรถบรรทุกถือเป็นจุดที่อันตรายที่สุด เนื่องจากมีขนาดใหญ่และผู้ขับขี่สังเกตเห็นได้ยาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ขับขนานหรือแทรกซ้าย
- ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยคือการหลีกเลี่ยงการขับขี่ในตำแหน่งจุดบอด โดยใช้หลัก "ถ้าเรามองไม่เห็นกระจกมองข้างของรถบรรทุก เขาก็มองไม่เห็นเรา" และเว้นระยะห่างที่เหมาะสมเสมอ
รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (DLT) ระบุว่า กรมฯ ได้ออกมาเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ร่วมกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เนื่องจากโครงสร้างตัวรถที่มีความยาว ความสูง และมุมมองที่จำกัด ทำให้เกิด "จุดบอด" (Blind Spot) หรือพื้นที่รอบตัวรถที่ผู้ขับรถบรรทุกมองไม่เห็น แม้จะพยายามสังเกตผ่านกระจกมองข้างหรือกระจกมองหลังแล้วก็ตาม การรู้เท่าทันตำแหน่งจุดบอดจึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน
เปิดพิกัด 4 จุดบอดอันตรายรอบตัวรถบรรทุก
ด้านซ้ายของรถ (จุดที่อันตรายที่สุด) : เป็นจุดบอดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและผู้ขับขี่สังเกตเห็นได้ยากที่สุด โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ชอบขับขนานหรือแทรกซ้าย หากรถบรรทุกกำลังเลี้ยวจะเกิดการบดบังทัศนวิสัยทันที
ด้านหน้ารถ: ระยะใกล้หน้ารถประมาณ 2–5 เมตร ผู้ขับรถบรรทุกจะไม่สามารถมองเห็นรถยนต์ขนาดเล็ก รถจักรยานยนต์ หรือคนเดินเท้าที่อยู่ชิดติดหัวรถมากเกินไปได้
ด้านท้ายรถ: เป็นจุดที่ผู้ขับรถบรรทุกมองไม่เห็นรถที่วิ่งตามหลังได้เลยผ่านกระจกมองหลัง ผู้ใช้รถทั่วไปควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 30 เมตร เพื่อเพิ่มระยะเบรกและวิสัยทัศน์การมองเห็น
ด้านขวาของรถ: แม้จะมีกระจกมองข้าง แต่ก็ยังมีมุมอับที่บดบังทัศนวิสัยเนื่องจากความสูงของตัวรถ จึงไม่ควรขับขนานชิดด้านขวาเป็นเวลานาน
ข้อควรปฏิบัติ "ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย"
เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนนร่วมกัน ผู้ใช้รถใช้ถนนควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:
หลีกเลี่ยงการขับแช่ในจุดบอด: หลักจำง่ายๆ คือ “ถ้าเรามองไม่เห็นกระจกมองข้างของรถบรรทุก ผู้ขับรถบรรทุกก็มองไม่เห็นเราเช่นกัน”
เว้นระยะห่างที่เหมาะสม: รักษาระยะห่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
แซงอย่างถูกวิธี: แซงทางด้านขวาเท่านั้น เปิดสัญญาณไฟล่วงหน้าทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการแซงกระชั้นชิด
ระวังขณะรถบรรทุกเลี้ยว: เนื่องจากรถบรรทุกต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยววงกว้างกว่ารถทั่วไป ห้ามแทรกด้านซ้ายขณะรถกำลังเลี้ยวโดยเด็ดขาด
DLT Safety Tips: กรมการขนส่งทางบกย้ำเตือนให้ผู้ขับขี่รถบรรทุกตรวจสอบกระจก สัญญาณไฟ และเช็กจุดบอดก่อนเปลี่ยนช่องทาง พร้อมใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปต้องสังเกตสัญญาณไฟเลี้ยว และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในเขตพื้นที่ก่อสร้างและทางลาดชัน เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน






