
คมนาคม-กรมขนส่งทางบก จี้เบี้ยวใบสั่งใหม่ บีบจ่ายค่าปรับ 1 ส.ค.นี้
"คมนาคม" ผนึก "ตำรวจ" เซ็น MOU เชื่อมข้อมูลใบสั่งค้างชำระ ดีเดย์ 1 ส.ค. 69 เป็นต้นไป ไร้ผลย้อนหลัง ย้ำชัดใครเมินจ่ายค่าปรับ ต่อภาษีได้ หมดสิทธิ์รับป้ายวงกลมฉบับจริง รอเคลียร์จบ
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก และตำรวจ ร่วมมือเชื่อมข้อมูลเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ไม่ชำระค่าปรับใบสั่งจราจร โดยจะเริ่มมีผลกับใบสั่งที่ออกตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
- ผู้ที่ค้างชำระค่าปรับใบสั่ง เมื่อไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปีจะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ตัวจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับให้ครบถ้วน
- ประชาชนสามารถตรวจสอบและชำระค่าปรับที่ค้างได้ทันที ณ ที่ทำการของกรมการขนส่งทางบก เมื่อไปติดต่อเพื่อชำระภาษีรถยนต์ประจำปี
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 แนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูล ทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ กรมการขนส่งทางบก โดยการ MOU ครั้งนี้ ข้อมูลการเชื่อมโยงใบสั่งค้างชำระนั้น จะเริ่มบังคับใช้กับใบสั่งจราจรที่ออกให้กับผู้ขับขี่ที่กระทำผิดกฎจราจร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ไม่มีผลย้อนหลัง
ทั้งนี้กระบวนการตามกฎหมายของใบสั่งจราจร ข้อมูลของผู้ไม่ชำระใบสั่งที่จะมีผลต่อการต่อภาษีประจำปีที่จะส่งไปยังกรมการขนส่งทางบกนั้น หากไม่ชำระใบสั่งใบแรกหลัง 1 สิงหาคม 2569 จะมีหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมายไป
อย่างไรก็ดีหากยังไม่ชำระตามหนังสือ แจ้งเตือนอีก ในระยะเวลาประมาณ 60-90 วันนับจากวันออกใบสั่ง ข้อมูลการไม่ชำระใบสั่งนั้นจะเชื่อมโยงไปยังกรมการขนส่งทางบก คาดว่าประมาณช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2569 ประชาชนที่จะไปต่อภาษีที่ขนส่งจะเริ่มทราบข้อมูลการค้างชำระใบสั่งในระบบได้
สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่กำหนดแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2565-2570 เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคนสอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งของหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ คือการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีสถิติอุบัติเหตุที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เกิดความสูญเสียจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะขาดวินัยจราจร การบังคับใช้กฎหมายที่ขาดประสิทธิภาพ มีประชาชนค้างชำระใบสั่งจราจร หลายสิบล้านใบ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และนักท่องเที่ยว อีกทั้งในอดีต ผลความสำเร็จของ การเชื่อมข้อมูลของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมการขนส่งทางบก เมื่อครั้งก่อน ทำให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพรวมของอุบัติเหตุในยุคนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจึงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมการขนส่งทางบก ร่วมหารือแนวการทางบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรให้สอดคล้องตามแนวคำพิพากษา ศาลปกครอง เป็นไปตามหลักนิติธรรมและมีความเป็นสากล
ขณะเดียวกันให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบใบสั่งของตนเองได้ในการชำระค่าปรับ เพิ่มข้อมูลสำเนาใบสั่ง สำเนาเอกสารแจ้งเตือน สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ ข้อมูลของเจ้าพนักงานจราจรที่ออกใบสั่ง ทั้งนี้เป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนที่มาเสียภาษีประจำปีที่ขนส่ง หากปรากฏว่ามีข้อมูลใบสั่งค้างชำระ สามารถตรวจสอบและชำระค่าปรับที่ค้างชำระกับนายทะเบียนขนส่งได้ทันที
นอกจากนี้เป็นการเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพกับเจ้าของรถที่ค้างชำระใบสั่งจราจร แม้จะชำระภาษีแล้วแต่จะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีฉบับจริงจนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วนเสียก่อน
อย่างไรก็ดีการลงนาม MOU ในครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการข้อมูลเพื่อสร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นสากล ตามหลักนิติธรรม ตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ สร้างวินัยจราจร สร้างความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน สร้างมาตรฐานสากล ความอุ่นใจปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว เกิดความยั่งยืนด้านความปลอดภัยทางถนนให้ประเทศชาติต่อไป







