thansettakij
thansettakij
ป.ป.ส. ยันกัญชาไม่เสรี ประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์

ป.ป.ส. ยันกัญชาไม่เสรี ประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์

11 ก.ค. 69 | 11:01 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.ค. 69 | 11:11 น.

ป.ป.ส. ยัน"กัญชาไม่เสรี" ชี้ประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เตือนลักลอบนำออกโทษหนักจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

KEY

POINTS

  • ป.ป.ส. ย้ำว่ากัญชาไม่เสรี โดยช่อดอกกัญชาถูกประกาศให้เป็นสมุนไพรควบคุมภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดของกระทรวงสาธารณสุข
  • การจำหน่ายช่อดอกกัญชาให้แก่บุคคลทั่วไปจะต้องมีใบสั่งยาจากผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น แพทย์ เท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย
  • มีข้อห้ามจำหน่ายช่อดอกกัญชาอย่างเด็ดขาด เช่น ห้ามขายผ่านช่องทางออนไลน์ ตู้หยอดเหรียญ ห้ามโฆษณา และห้ามจำหน่ายเพื่อการสูบในสถานประกอบการ
  • ผู้ที่ฝ่าฝืนลักลอบจำหน่ายช่อดอกกัญชาโดยผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

วันที่​ 11​ ก.ค.​69​ ที่​ ป.ป.ส.นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยถึงการควบคุมและเฝ้าระวังการใช้กัญชาในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำให้ประชาชนและผู้ประกอบการตระหนักว่า ขณะนี้ "ช่อดอกกัญชา" ได้ถูกยกระดับการควบคุมอย่างเข้มงวดภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 แม้กลไกทางกฎหมายหลักในการควบคุมกัญชาจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แต่สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ยังคงมีภารกิจสำคัญในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และปกป้องสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนจากการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์

ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม

สำนักงาน ป.ป.ส. ขอแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการและประชาชนทราบถึงสาระสำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับล่าสุด ซึ่งกำหนดให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม โดยผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า จะต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 เท่านั้น และเน้นย้ำถึงสาระสำคัญและเงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

การควบคุมแหล่งที่มาและการส่งออก: ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำข้อมูลแหล่งที่มา การนำไปใช้ และจำนวนที่เก็บไว้ พร้อมรายงานต่อนายทะเบียน และจำหน่ายหรือส่งออกได้เฉพาะช่อดอกที่มาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดี (GAP) จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเท่านั้น

 การส่งออกรายครั้ง: ผู้รับใบอนุญาตให้ส่งออกเพื่อการค้า ต้องแจ้งรายละเอียดการส่งออกต่อผู้อนุญาตเป็นรายครั้งตามแบบที่กำหนด

ป.ป.ส. ยัน"กัญชาไม่เสรี" ชี้ประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เตือนลักลอบนำออกโทษหนักจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อจำกัดการจำหน่าย: ต้องจำหน่ายให้กับผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 ด้วยกันเท่านั้น ข้อยกเว้นเดียวที่จะจำหน่ายให้บุคคลทั่วไปได้ คือต้องเป็นผู้ที่มี "ใบสั่งจ่ายยา" จากผู้ประกอบวิชาชีพ (เช่น แพทย์ แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน เภสัชกร ทันตแพทย์) เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยสั่งจ่ายได้ไม่เกิน 30 วัน

ข้อห้ามเด็ดขาดเพื่อการค้า: ห้ามจำหน่ายเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ (เว้นแต่เป็นการรักษาโดยผู้ประกอบวิชาชีพ) ห้ามจำหน่ายผ่านเครื่องอัตโนมัติ (Vending Machine) ห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และห้ามโฆษณาในทุกช่องทาง

พื้นที่ห้ามจำหน่ายเด็ดขาด: วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา หอพักตามกฎหมาย สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก

 

ฝ่าฝืนโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางสาวอารีภักดิ์ ได้เตือนถึงผู้ที่ฝ่าฝืนลักลอบจำหน่าย แปรรูป หรือส่งออกช่อดอกกัญชาอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการแอบขายให้กับบุคคลที่ไม่มีใบสั่งจ่ายยาจากแพทย์ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้ช่อดอกกัญชาหลุดรอดไปถึงมือเด็กและเยาวชน การกระทำดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มาตรา 78 ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงกรณีการลักลอบนำกัญชาออกนอกประเทศด้วยว่า "การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร หรือพยายามหลบเลี่ยงการตรวจค้น มีโทษทางกฎหมายที่ต้องระวางโทษอย่างเด็ดขาด โดยระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรได้ปรับเพิ่มเกณฑ์การลงโทษให้มีความเข้มงวดและเด็ดขาดยิ่งขึ้น โดยกำหนดค่าปรับตามปริมาณกัญชาที่ตรวจยึดได้ในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท และยกของกลางให้เป็นของแผ่นดิน ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

"แม้กัญชาในประเทศไทยจะมีกฎหมายควบคุมเฉพาะสำหรับการใช้ทางการแพทย์และสุขภาพ แต่สำหรับบางประเทศ กัญชายังคงถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษร้ายแรง จึงขอเตือนให้ประชาชนและนักเดินทางปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการสูญเสียอิสรภาพและทรัพย์สินจำนวนมากจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเกิดเจตนากระทำผิดกฎหมาย" นางสาวอารีภักดิ์ กล่าว

ความปลอดภัยของลูกหลานเราเริ่มต้นที่ชุมชน

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการลักลอบจำหน่ายช่อดอกกัญชาที่ผิดกฎหมาย หรือพบการมั่วสุมเสพยาเสพติดที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญในพื้นที่ สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ขอยืนยันว่าทุกข้อมูลการแจ้งเบาะแสจะถูกเก็บเป็นความลับและดำเนินการอย่างปลอดภัยที่สุด เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยจากภัยยาเสพติดอย่างยั่งยืน