
ภูเก็ต ทลายโรงแรมนอมินีต่างชาติ-ไร้ใบอนุญาต เร่งสอบเพิ่ม 360 บริษัท
มท.2 นำทีมปกครอง ลุยป่าตอง ตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรมต้องสงสัย ไม่มีใบอนุญาต หรือเป็นนอมินีทุนต่างชาติ สั่งการผู้ว่าฯ สอบเพิ่ม 360 บริษัท
KEY
POINTS
- เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจพบโรงแรม 2 แห่งดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบการ และใบอนุญาตก่อสร้าง
- มีการขยายผลตรวจสอบบริษัทที่เข้าข่ายเป็นนอมินีของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 400 แห่ง (จากเดิมกว่า 300 แห่ง)
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งดำเนินคดีกับบริษัทที่พบว่าผิดกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบสวนเส้นทางการเงินเพื่อหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
วันนี้ (11 ก.ค.) เวลา 10.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการที่ได้รับการร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติ การถือครองกิจการผ่านนอมินี รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้างและประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย
นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และทีมกรมการปกครอง ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการจัดระเบียบในทุกมิติ ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้ข้อสรุปว่าต้องมีการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรม ตามที่มีผู้แจ้งเบาะแสว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าโรงแรม 2 แห่งที่เข้าตรวจจริงไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตการก่อสร้างตามกฎหมาย ทางเจ้าพนักงานจากกรมการปกครองจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป”
ทั้งนี้ ในส่วนของโรงแรมที่กำลังจะเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น ทางคณะทำงานมีข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ว่าอาจเป็นธุรกิจที่ใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินี โดยมีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกว่าที่กฎหมายไทยกำหนด ซึ่งจะเร่งตรวจสอบการขออนุญาตต่างๆ อย่างละเอียด
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการมุ่งเป้า ไปที่จุดใดจุดหนึ่ง หรือกิจการใด แต่เป็นการตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีการขอใบอนุญาตประกอบการที่สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายถือครองแบบนอมินี" นายพลพีร์ กล่าว
สำหรับการตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินี ได้มีการขยายผลสืบสวนจาก 300 กว่าแห่ง เป็นการส่งเรื่องให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตรวจสอบ 353 แห่ง และอยู่ระหว่างรอตรวจสอบอีก 38 แห่ง ซึ่งจากการประสานงานตรงกับเลขาธิการ BOI ทำให้ทราบผลสถานะบริษัทต่างชาติได้อย่างรวดเร็วภายใน 2 ชั่วโมง พบว่ามีเพียง 8 บริษัทเท่านั้นที่ได้รับสิทธิพิเศษ
ส่วนอีก 307 รายไม่มีสิทธิ์รับการยกเว้นใด ๆ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาดทันที แนวทางนี้จะถูกนำไปใช้เป็นโมเดลในการคัดกรองข้อมูลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่อื่นต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินการต้องบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อไม่ให้จบแค่การเพิกถอนสิทธิ์ แต่ต้องขยายผลสืบเส้นทางการเงิน ค้นหาผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินคนไทยที่มีชื่อถือหุ้นแทนด้วย
ในส่วนของการจัดระเบียบสถานประกอบการและโรงแรม จังหวัดที่เร่งรัดการพิจารณาใบอนุญาตที่ตกค้างกว่า 600 แห่ง โดยสามารถระบายใบอนุญาตสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก และดำเนินการใบอนุญาตประเภทที่ 1-4 สำเร็จไปแล้วเกือบ 100 แห่ง







