thansettakij
thansettakij
เจาะลึกผังข้อมูล DSI 'คดี Forex' 3 กลุ่มใหญ่ เชื่อมโยงใครบ้าง

เจาะลึกข้อมูล DSI 'คดี Forex' ใครบ้างถูกเชื่อมโยง 3 กลุ่มใหญ่ เสียหายพันล้าน

19 มิ.ย. 69 | 08:17 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มิ.ย. 69 | 10:22 น.

เจาะลึกความเชื่อมโยง หลัง DSI เปิดปฏิบัติการ Shutdown the laundering ทลายเครือข่ายเทรด Forex ผิดกฎหมาย ยึดทรัพย์อื้อ ผู้เสียหายอ่วมคาดเสียหายรวมหลายพันล้านบาท

กองทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกนำมาวางเรียงราย ไม่ว่าจะเป็นเงินสดมัดโต รถหรู นาฬิกาแบรนด์เนม และทองคำแท่ง ไม่ใช่เพียงแค่ของกลางในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทั่วไป แต่มันคือ "อนุสาวรีย์แห่งความสูญเสีย" ของเหยื่อจำนวนมากที่หลงเชื่อในคำลวงของการลงทุน Forex ที่ไม่ได้รับอนุญาต

เจาะขบวนการ 3 ขา: โบรกเกอร์ - IB - การฟอกเงินดิจิทัล

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  นำทีมแถลงผลจากการสืบสวนเชิงลึกนานกว่า 6 เดือนของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ที่เริ่มแกะรอยจากกลุ่มสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ จนไปพบเงื่อนงำสำคัญที่เชื่อมโยงกับระบบการชำระเงิน (Payment Gateway) ทั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญให้ขบวนการเทรด Forex เถื่อน

จากการแถลงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับปฏิบัติการตรวจค้นทั้ง 24 จุด พบว่ามี นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 19 บริษัท โดยประเภทธุรกิจที่บริษัทเหล่านี้จดทะเบียนประกอบการ มีรายละเอียดดังนี้

ธุรกิจให้คำปรึกษาและคำแนะนำ บางบริษัทจดทะเบียนในลักษณะการประกอบกิจการนิติบุคคลเพื่อให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ให้คำแนะนำหรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน,

ธุรกิจโบรกเกอร์ (Broker Forex) เป็นกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับเทรด โดยมักกล่าวอ้างว่าจดทะเบียนในต่างประเทศ

DSI แถลงผลปฏิบัติการบุกจับขบวนการ Forex เถื่อน พร้อมของกลางมูลค่ามหาศาล

ธุรกิจตัวแทนชักชวน (Introducing Broker - IB) กลุ่มที่ทำหน้าที่ชักชวน สอน หรือถ่ายทอดความรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนเข้ามาลงทุน

ธุรกิจระบบชำระเงิน (Payment Gateway) นิติบุคคลที่ประกอบกิจการเป็นทางผ่านของกระแสเงินจากโบรกเกอร์ เพื่อนำไปสู่การแปลงเป็นเงินดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอตั้งข้อสังเกตจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบด้วยว่า

  • หลายบริษัทไม่ได้มีสภาพการประกอบธุรกิจจริงตามที่ได้จดทะเบียนไว้ 
  • บางแห่งมีสภาพเป็นเพียงบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่ไม่สอดคล้องกับการจดทะเบียนเป็นบริษัทขนาดใหญ่
  • บางแห่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนทิ้งไว้แต่ไม่มีการดำเนินกิจการ (บริษัทร้าง) เพื่อใช้เป็นทางผ่านของเส้นทางการเงินเท่านั้น

นอกจากนี้ดีเอสไอเปิดเผยภาพฉายของขบวนการนี้ที่แบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ 3 กลุ่มใหญ่

กลุ่มแรกคือ "Broker Forex" ที่มักกล่าวอ้างว่าจดทะเบียนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยอนุญาตให้ใครประกอบธุรกิจเทรด Forex ในไทย

เจ้าหน้าที่ DSI คุ้มกันของกลางคดี Forex ได้แก่ ทองคำแท่ง นาฬิกาหรู และกระเป๋าแบรนด์เนม

กลุ่มที่สองคือ "IB" (Introducing Broker) หรือผู้นำจิตวิทยามาใช้ชักชวนเหยื่อ โดยการสร้างภาพลักษณ์ความร่ำรวย โชว์ทรัพย์สินหรูหราให้ดูเหมือนได้มาจากการเทรด

กลุ่มสุดท้ายคือ "Payment Gateway" นิติบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของเงิน ก่อนจะถูกแปลงสภาพเป็น "เงินดิจิทัล" ผ่านทาง Hardware Wallet เพื่อให้ยากต่อการติดตาม

เส้นทางเงิน 28 ล้านสะเทือน สส. และชื่อ "ดาราดัง" 

ประเด็นที่สังคมจับตามองมากที่สุด คือการพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลระดับบิ๊ก การสืบสวนพบว่าบริษัท ALPFX ซึ่งทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์ ได้โอนเงินผ่านบริษัท Spark Digital และบริษัทเครือข่าย ก่อนที่เงินจะไหลเข้าสู่บัญชีของ "นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)ปัจจุบัน เป็นจำนวนเงินสูงถึง 28 ล้านบาท

โดยมีข้อสังเกตคือ มีการโอนเงินถึง 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ภายในวันเดียวในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567

เนื่องจากปัจจุบันอยู่ระหว่างสมัยประชุมสภาฯ ซึ่งมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ทางเจ้าหน้าที่จึงเตรียมออกหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลหลังปิดสมัยประชุม

ผังเครือข่าย DSI เชื่อมโยง 3 กลุ่มขบวนการ Forex เถื่อน HFM, ALPFX และ Payment Gateway

ข้อมูล DSI สรุปเส้นทางการเงิน 28 ล้านเชื่อมโยงภาวุฒิ

ต้นทางและเครือข่ายบริษัท: เส้นเงินนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ โดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในชื่อ ALPFX ซึ่งจากการตรวจสอบสถานที่ตั้งพบว่าเป็นเพียงบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่ดูไม่สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจตามที่จดทะเบียนไว้

กระบวนการโอนเงิน: เงินจาก ALPFX มีความเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่องไปยังบริษัท Spark Digital โดยกลุ่มโบรกเกอร์จะโอนเงินผ่านนิติบุคคลรวม 2 ทอด ก่อนจะเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของ สส. ท่านดังกล่าว

พฤติการณ์ที่น่าสงสัย

  • ยอดเงินรวมทั้งหมดประมาณ 28 ล้านบาท
  • มีการโอนเงินจำนวนหลายครั้ง รวมทั้งสิ้น 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท
  • การโอนทั้ง 14 ครั้งเกิดขึ้นภายใน "วันเดียว"ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567
  • ดีเอสไอพบข้อสังเกตว่ามีการตัดยอดเงินผ่านบริษัทเข้าสู่บัญชีบุคคลภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
  • เงินก้อนนี้ถูกระบุว่าเป็น "เงินปลายทาง" คือเงินที่ไหลออกจากกลุ่ม Broker, IB หรือ Payment ไปยังบุคคล ไม่ใช่เงินต้นทางที่ผู้เสียหายโอนเข้าเพื่อลงทุน

 

อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอยืนยันว่าในขณะนี้ นายภาวุฒิยังไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหา และการรับโอนเงินดังกล่าวอาจจะเป็นการรับเงินเดือนหรือในฐานะหุ้นส่วนตามปกติก็ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอให้เจ้าตัวเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง, โดยจะมีการออกหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลหลังจากปิดสมัยประชุมสภาฯ เนื่องจากปัจจุบันยังมีเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะ สส.

โดยล่าสุดนายภาวุธออกมายืนยันแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับ Forex พร้อมระบุว่าเป็นธุรกรรมลงทุนทองที่ขาดทุน

รถสปอร์ต McLaren ของกลางจอดภายในบริเวณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

ปรากฏชื่ออดีตพระเอกหนุ่ม "ฟิล์ม รัฐภูมิ"

นอกจากนี้ ในผังการแถลงของ DSI ชื่อของอดีตดารานักแสดงชื่อดัง "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้ขับเคลื่อนบริษัท International Wealth ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์อย่าง HFM ที่มีผู้เสียหายร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

แม้ทางดีเอสไอจะยืนยันว่าบุคคลทั้งสองยัง "ไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหา" และพร้อมให้ความเป็นธรรมในการชี้แจง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลักฐานการโอนเงินที่เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาทีนั้น เป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องขยายผลอย่างเคร่งครัด

พฤติการณ์ที่น่าสงสัย

  • ฟิล์ม รัฐภูมิ มีความเกี่ยวข้องในฐานะผู้ขับเคลื่อนบริษัทที่ชื่อว่า International Wealth ซึ่งบริษัทนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการประกอบธุรกิจของโบรกเกอร์ HFM
  • ทางดีเอสไอระบุว่า ฟิล์ม รัฐภูมิ และบริษัท International Wealth มีลักษณะของการให้การสนับสนุน ให้คำปรึกษารวมไปถึงการประกอบธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ HFM ซึ่งเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียนว่าถูกหลอกลวง
  • ในผังการสืบสวนของดีเอสไอ ได้จัดวางตำแหน่งความเกี่ยวข้องของ ฟิล์ม รัฐภูมิ ให้อยู่ในกลุ่มของ "โบรกเกอร์" (Broker)
  • นอกจากนี้ยังมีการยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นเส้นทางการเงินที่ระบุว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกลวงมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท โดยมีหลักฐานการโอนเงินให้กับพี่ชายของ ฟิล์ม รัฐภูมิ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอได้เน้นย้ำว่า ณ ขณะนี้ ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหา เป็นเพียงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พร้อมรับฟังคำชี้แจงเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

นางสาวฏีร์ญาภา วิจิตรมณีวัชร์ หรือน้ำเพชร ผู้เสียหายคดี Forex เถื่อน ให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนหน้า DSI

เสียงสะท้อนจากเหยื่อ: "กราฟผี" และพอร์ตที่ถูกสั่งตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันแถลงข่าว นางสาวฏีร์ญาภา วิจิตรมณีวัชร์ หรือน้ำเพชร อดีตผู้ประกวดนางงาม เป็นหนึ่งในผู้เสียหายในคดี เข้ายื่นหลักฐานให้กับดีเอสไอที่สูญเงินไปกว่า 70 ล้านบาท ได้ออกมาแฉกลโกงที่เจ็บแสบว่าขบวนการนี้มีการใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมกราฟให้ไม่ตรงกับตลาดโลก มีการแกล้งทำให้ระบบหลุดจาก Server (Server Disconnection) ในจังหวะที่นักลงทุนกำลังจะได้กำไร และสุดท้ายคือการสั่ง "ล้างพอร์ต" จนเงินกลายเป็นศูนย์เพียงไม่กี่นาที เธอระบุว่าตอนแรกมิจฉาชีพจะทำให้เราตายใจด้วยกำไรวันละ 2-3 ล้านบาท ก่อนจะ "เช็คบิน" ในภายหลัง

สรุปมูลค่าความเสียหายและสเต็ปต่อไปของกระบวนการยุติธรรม

จากการบูรณาการงานร่วมกันระหว่าง DSI และตำรวจไซเบอร์ พบว่าปัจจุบันมีผู้เสียหายร้องเรียนแล้วกว่า 500 ราย และอาจพุ่งสูงขึ้นอีก โดยมูลค่าความเสียหายคาดการณ์ว่าอาจแตะระดับ "หลายพันล้านบาท"

สำหรับการอายัดทรัพย์สินเบื้องต้น ดีเอสไอได้ระงับบัญชีธนาคารไปแล้ว 77 ราย (แบ่งเป็นนิติบุคคล 20 ราย และบุคคล 57 ราย) พร้อมยึดของกลางรวมมูลค่ามหาศาล อาทิเงินสด 65 ล้านบาทเศษ รถหรู 5 คัน และรถจักรยานยนต์ 4 คัน ทองคำแท่งและรูปพรรณหนัก 50 บาท รวมถึงเงินแท่งอีก 12 กิโลกรัม นาฬิกาหรู 113 เรือน และกระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ

กระบวนการจัดการทรัพย์สิน

สำหรับกระบวนการจัดการทรัพย์สินของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อนำมาคืนให้แก่ผู้เสียหายในคดี Forex นี้ มีขั้นตอนที่ดำเนินไปตามระเบียบกฎหมายอย่างเป็นระบบ ดังนี้

การระงับและอายัดทรัพย์สินเบื้องต้น ดีเอสไอได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้องรวม 77 ราย ซึ่งประกอบด้วยนิติบุคคล 20 ราย และบุคคลธรรมดา 57 ราย นอกจากนี้ยังมีการระงับการทำธุรกรรมในส่วนของ Cryptocurrency หรือเงินดิจิทัลที่อยู่ภายใต้กฎหมายไทยด้วย

รถคลาสสิก Volkswagen และ Mini Cooper ของกลางคดี Forex DSI อายัดรวมกว่า 5 คัน

การตรวจยึดของกลางทางกายภาพ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจยึดทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงจากการตรวจค้น 24 จุด เช่น เงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถหรู 5 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน ทองคำแท่งและรูปพรรณหนักประมาณ 50 บาท รวมถึงนาฬิกาและกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวนมาก

ขั้นตอนการพิสูจน์ทราบและคัดแยกทรัพย์สิน ดีเอสไอจะเร่งดำเนินการ "คัดแยก" ว่าเงินหรือทรัพย์สินส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และส่วนใดที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยจะให้โอกาสเจ้าของบัญชีหรือทรัพย์สินเข้ามานำเสนอข้อมูลและชี้แจงที่มาของทรัพย์สินต่อเจ้าหน้าที่

การบูรณาการข้อมูลผู้เสียหาย ดีเอสไอทำงานร่วมกับตำรวจไซเบอร์เพื่อรวบรวมรายชื่อและข้อมูลความเสียหายจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทที่เป็นตัวกลาง (Payment Gateway) และโบรกเกอร์ที่ถูกตรวจค้น

การเฉลี่ยคืนทรัพย์สิน (Pro-rata) เป้าหมายสูงสุดของการติดตามยึดทรัพย์ในคดีนี้ คือการนำทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้มาดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายเพื่อ "เฉลี่ยคืน" ให้แก่ผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้ ดีเอสไอได้แนะนำให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย หรือผู้ที่ลงทุนแล้วไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ให้รีบเข้ามาให้ข้อมูลและยื่นพยานหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิและได้รับการเฉลี่ยทรัพย์คืนในอนาคต