
ฝนถล่มถึง 14 มิ.ย. “สุริยะ” สั่งรับมือเข้ม เตือนเสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน
“สุริยะ” สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังฝนตกหนักช่วง 8-14 มิ.ย. หลังมรสุมกำลังแรงเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ย้ำเขื่อนทั่วประเทศยังรองรับน้ำได้อีกกว่า 3.38 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดวิกฤต
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 8-14 มิ.ย. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ สั่งการให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างเข้มงวด
- เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ที่ลุ่มต่ำ และลาดเชิงเขา ให้เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
เช็กความพร้อมเขื่อน รับมือฝนระลอกใหญ่
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำ จากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทานว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 42,946 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 33,808 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 44 ของความจุเก็บกักทั้งหมด
สำหรับอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 13,103 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน
ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 8 - 14 มิถุนายน 2569 ว่า ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนาม
มรสุมแรงซ้ำเติม เสี่ยงน้ำหลากหลายพื้นที่
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน และได้สั่งการให้กรมชลประทาน ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำที่ได้กำหนดไว้
นอกจากนี้ ยังให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อวิเคราะห์และวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งดำเนินการตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์







