
คมนาคม สั่ง กรมขนส่งฯ เข้มรถสาธารณะ พบสารเสพติดยึดใบขับขี่ จำคุก 2 ปี
คมนาคมสั่ง กรมขนส่งทางบก คุมเข้มตรวจความพร้อมพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะปลอดสารเสพติด พบลงโทษทั้งคนขับ - ผู้ประกอบการ โทษหนักปรับ 4 หมื่นบาท จำคุก 2 ปี
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมสั่งกรมการขนส่งทางบกคุมเข้มพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะต้องปลอดสารเสพติด 100%
- หากตรวจพบสารเสพติดในร่างกายพนักงานขับรถ จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันทีและส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
- ผู้ประกอบการขนส่งที่ปล่อยปละละเลยให้พนักงานขับรถเสพยาเสพติด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้สั่งกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) คุมเข้มตรวจความพร้อมพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ต้องไม่พบสารเสพติด 100% และคุมเข้มพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะอย่างปลอดภัย
นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกกำหนดแนวทางปฏิบัติและมาตรการตรวจสอบด้านความปลอดภัยทั้งรถและคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมของพนักงานขับรถต้องมีการตรวจสารเสพติด
สำหรับมาตรการพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะต้องปลอดยาเสพติด 100% และเข้มงวดความพร้อมของรถ กรมการขนส่งทางบกได้กำชับผู้ประกอบการรถโดยสารทุกราย ให้ดำเนินการตรวจสอบพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด ทั้งความพร้อมของสภาพร่างกายและต้องไม่มีสารเสพติดในร่างกาย รวมถึงสภาพความพร้อมของตัวรถ
ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager : TSM) ทำหน้าที่วางแผนและกำหนดรอบการตรวจประเมินความพร้อมของพนักงานขับรถอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้ผู้ตรวจการ ลงพื้นที่ปฏิบัติการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถโดยสารทั่วประเทศ
ทั้งนี้จะเริ่มในกรุงเทพมหานคร บูรณาการร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ครอบคลุมทั้ง 12 เขตการเดินรถ เพื่อดำเนินการตรวจสอบสารเสพติดให้พนักงานขับรถ
อย่างไรก็ดีหากตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จะดำเนินการส่งตัวเพื่อตรวจพิสูจน์ยืนยันผลทางการแพทย์ ก่อนส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการดำเนินการกับพนักงานขับรถ กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ทันที
ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่ง หากปล่อยปละละเลยจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งยินยอมให้ผู้ที่เสพยาเสพติดหรือเมาสุราปฏิบัติหน้าที่ผู้ประจำรถ ซึ่งมีบทลงโทษระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้
ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำข้อมูลประวัติผู้ประจำรถ โดยให้ผู้ประกอบการทุกราย รายงานประวัติผู้ประจำรถให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการคัดกรอง ติดตามพฤติกรรม และป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือเคยมีพฤติกรรมขับรถประมาทหวาดเสียว กลับเข้ามาทำงานในระบบขนส่งสาธารณะได้อีก






