thansettakij
thansettakij
"ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ"  คิกออฟ "ไทยช่วยไทย"ไม่ใช่แค่แคมเปญชั่วคราว เผยยุทธศาสตร์ "ต่อจิ๊กซอว์" ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก

"ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ" คิกออฟ "ไทยช่วยไทย"ไม่ใช่แค่แคมเปญชั่วคราว เผยยุทธศาสตร์ "ต่อจิ๊กซอว์" ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก

02 พ.ค. 69 | 12:01 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ค. 69 | 12:12 น.

‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ คิกออฟ "ไทยช่วยไทย" ไม่ใช่แค่แคมเปญชั่วคราว! เผยโรดแมป 4 เฟส เชื่อมโยง Online-Offline ทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • โครงการ "ไทยช่วยไทย" เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวแบบ "ต่อจิ๊กซอว์" ไม่ใช่แค่แคมเปญชั่วคราว เพื่อลดค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก
  • ขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วถึง ทั้งการตั้งจุดขาย ณ ที่ว่าการอำเภอและที่ทำการไปรษณีย์ ควบคู่กับการนำสินค้า SME ขึ้นขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์
  • เน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหลายกระทรวง เพื่อกระจายสินค้า สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ 2 พฤษภาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวว่า เมื่อวานนี้ (1 พฤษภาคม 2569) ปฏิบัติภารกิจร่วมงาน “คิก ออฟ” การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ ซิตี้ จังหวัดนนทบุรี นับเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้า ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้สะดวกยิ่งขึ้น หลังจากที่เราเดินหน้าโครงการสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ มาอย่างต่อเนื่อง

• เริ่มจากเฟสแรก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ปูพรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดไปแล้วกว่า 300 จุดทั่วประเทศ

• จากนั้นในเฟสที่สอง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เริ่มคัดเลือก จัดหาสินค้าเอสเอ็มอี มาวางจำหน่ายบน 6 แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยได้รับความร่วมมือฟรีค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งการขาย (GP) และในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้จัดค่าขนส่งฟรีและมอบคูปองส่วนลด 100 บาทให้ผู้บริโภคจำนวน 5 แสนใบ เพื่อช่วยโปรโมทสินค้าเอสเอ็มอี

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ไทยช่่วยไทย

• วันที่ 30 เมษายน 2569 เริ่มโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ แบ็ค ทู สคูล ช่วยดูแลเรื่องชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอน

• และล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ดำเนินการขยายการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในระดับอำเภอกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้ที่ว่าการอำเภอเป็นจุดจำหน่ายสินค้า ในทุกๆ วันศุกร์ พร้อมกับเพิ่มจุดจำหน่ายและกระจายสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศจำนวน 122 จุด ก่อนที่จะขยายให้ครอบคลุมไปรษณีย์อำเภออีก 824 จุด รวมเป็น 946 จุดทั่วประเทศ

ถึงตรงนี้ อยากชวนมองโครงการ “ไทยช่วยไทย” แบบต่อจิ๊กซอว์ทีละจุด แล้วมองเป็นภาพใหญ่ค่ะว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย” ไม่ใช่แค่แคมเปญระยะสั้น ที่แค่จำหน่ายสินค้าราคาประหยัดแล้ว “จบ” เท่านั้น

เพราะ “ไทยช่วยไทย” ที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ “หัวใจ” สำคัญ คือ เราต้องการดูแลเรื่องการลดค่าครองชีพให้คนไทยในยามที่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ด้วยการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ราคาประหยัด เพื่อเป็น “ทางเลือก” ให้ทุกคน

 

และในขณะเดียวกันเรายังมองไปข้างหน้า เพื่อที่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้สินค้าเอสเอ็มอี สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร รวมถึงสร้างทักษะการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

 

เราเน้นให้มีการกระจายอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ แบบบูรณาการ ด้วยการประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการจำหน่ายสินค้าผ่านที่ว่าการอำเภอ ทำงานร่วมกันกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการจำหน่ายสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทย และผนึกความร่วมมือกับสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนนำสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่าย สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่

 

หลังจากนี้ เรามีแผนที่จะเตรียมผลักดันสินค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ ขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพิ่มขึ้นอีก โดยการร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (มาตรฐาน อย.) และกระทรวงอุตสาหกรรม (มาตรฐาน มอก.) เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ

 

ที่สำคัญเราไม่ละเลยในการดูแลสมดุลกลไกการตลาดทั้งระบบ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย ชุมชน ทุกกลุ่มต่างมีส่วนร่วมและสนับสนุนพึ่งพากันทั้งระบบ

 

รายเล็กอยู่รอด รายใหญ่อยู่ได้ ชุมชนเข้มแข็ง และพี่น้องประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง นั่นคือ หัวใจของ “ไทยช่วยไทย” ที่แท้จริง