
Chainalysis เตือนแรง! ใช้คริปโทจ่ายค่าผ่านฮอร์มุซ เสี่ยงชนกำแพงคว่ำบาตรโลก
Chainalysis ชี้ชัด การใช้คริปโทชำระค่าผ่านทางให้กับอิหร่าน ไม่ได้ช่วยหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงทางกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อธุรกรรมอาจถูกตีความว่าเป็นการสนับสนุนหน่วยงานที่ถูกคว่ำบาตรอย่าง IRGC
KEY
POINTS
- Chainalysis เตือนว่าการใช้คริปโทเคอร์เรนซีจ่ายค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซให้อิหร่าน มีความเสี่ยงสูงที่จะละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และนานาชาติ
- การชำระเงินดังกล่าวอาจถูกตีความว่าเป็นการ "สนับสนุนเชิงวัตถุ" ให้กับหน่วยงานของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร (IRGC) ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงทางกฎหมายที่รุนแรง
- แม้ว่าอิหร่านจะพยายามใช้คริปโทเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร แต่ธุรกรรมบนบล็อกเชนมีความโปร่งใสและสามารถติดตามได้ง่ายกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม
ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไร้ข้อสรุป เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ของโลกอย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” กำลังเผชิญความเสี่ยงรูปแบบใหม่ เมื่อมีรายงานว่าอิหร่านอาจเรียกเก็บ “ค่าผ่านทาง” จากเรือบรรทุกน้ำมันด้วยสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รัฐชาติพยายามนำคริปโทมาใช้กับโครงสร้างการค้าระดับโลก
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงท้าทายระบบการเงินเดิม แต่ยังเปิดความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริษัทเดินเรือที่ชำระเงินผ่านคริปโท อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และนานาชาติ เนื่องจากธุรกรรมมีโอกาสเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐอย่าง IRGC ซึ่งถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรในหลายประเทศ
ในมุมที่ลึกกว่านั้น แม้คริปโทจะถูกมองว่าเป็น “ช่องทางหลบเลี่ยงข้อจำกัด” แต่ความโปร่งใสของบล็อกเชนกลับทำให้ธุรกรรมสามารถถูกติดตามย้อนหลังได้อย่างแม่นยำ สะท้อนว่าการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในบริบทภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ได้ลดความเสี่ยง หากแต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบความเสี่ยงให้ซับซ้อนและตรวจสอบได้มากขึ้น
Kaitlin Martin นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Chainalysis ระบุว่า บริษัทขนส่งที่ใช้คริปโทในการจ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่าน อาจเสี่ยงละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และนานาชาติอย่างรุนแรง
Martin กล่าวเสริมว่า การชำระเงินให้รัฐบาลอิหร่าน ผ่านช่องทางอย่างค่าผ่านเส้นทางเดินเรือ อาจถูกตีความว่าเป็น “การสนับสนุนเชิงวัตถุ” ซึ่งมีความเสี่ยงทางกฎหมายสูง โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานอย่าง IRGC ถูกคว่ำบาตรในหลายประเทศ
“การดำเนินการลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร เนื่องจาก IRGC ถูกคว่ำบาตรในหลายเขตอำนาจศาล และอิหร่านยังอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรอย่างครอบคลุมจากสหรัฐฯ” Martin กล่าว
นักวิเคราะห์ยังชี้อีกว่า แม้ก่อนหน้านี้อิหร่านจะขยายการใช้คริปโท โดยเฉพาะ stablecoin เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าอย่าง น้ำมัน อาวุธ และสินค้าโภคภัณฑ์ แต่มันไม่ใช่ทางออกที่สมบูรณ์แบบในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
“ในหลายกรณี คริปโทติดตามได้ง่ายกว่าวิธีเลี่ยงคว่ำบาตรแบบเดิม” Martin กล่าว
พร้อมเสริมว่า ธุรกรรมบนบล็อกเชนมีความโปร่งใส ทำให้สามารถติดตามและอายัดเงินได้ในขั้นตอนที่แปลงมาเป็นเงินเฟียต ซึ่งรัสเซียก็เคยใช้แนวทางที่คล้ายแบบนี้แล้ว โดยนำโทเคนดิจิทัลอย่าง A7A5 มาอำนวยความสะดวกในการค้าข้ามพรมแดน หลังถูกคว่ำบาตรจากกรณีรุกรานยูเครนในปี 2022
แหล่งที่มา : cointelegraph





