
ก.ล.ต. ลุยปิดช่องนอมินี ปรับเกณฑ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ ครอบคลุมอำนาจทุน-คริปโท
ก.ล.ต. ปรับปรุงแนวการพิจารณา “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริง
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สะท้อนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริงและป้องกันการใช้นอมินี
- ขยายนิยาม "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" ให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุม การถือหุ้นทางอ้อม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น คู่สมรส บุ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงแนวทางการพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ผู้ประกอบธุรกิจฯ) ที่ต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้สะท้อนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริงของผู้ประกอบธุรกิจฯ
ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของตลาดทุนโดยรวม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ทบทวนสถานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามเกณฑ์ใหม่ ภายใน 180 วัน
ตามที่ ก.ล.ต. ได้มีการทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจฯ ต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้การขอรับความเห็นชอบครอบคลุมถึงผู้ที่มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง และทำให้มั่นใจได้ว่าบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ดำรงไว้ซึ่งผู้้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือและเหมาะสมแก่การประกอบธุรกิจ รวมถึงทำให้เกิดความโปร่งใสและไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ลงทุน ประชาชน ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องไปเมื่อเดือนมกราคม 2569 แล้วนั้น
ก.ล.ต. จึงออกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง* และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยประกาศของ ก.ล.ต. มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 ซึ่งมีหลักการที่สำคัญ ดังนี้
1) ปรับปรุงนิยาม “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ให้รวมถึงผู้มีอำนาจควบคุม
2) เพิ่มเติมวิธีการพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro-rata method)
3) กำหนดให้การถือหุ้นและลักษณะที่เข้าข่ายการมีอำนาจควบคุมให้รวมถึง
- คู่สมรส รวมทั้งผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันคู่สมรส
- บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และ
- บุคคลซึ่งมีพฤติกรรมที่แสดงว่ามีเจตนาร่วมกันในการใช้สิทธิออกเสียงไปในทางเดียวกัน หรือให้บุคคลอื่นใช้สิทธิออกเสียงของตน และมีความสัมพันธ์หรือมีพฤติกรรมร่วมกับบุคคลอื่นในลักษณะที่ ก.ล.ต. กำหนด (acting in concert)
พร้อมกันนี้ ได้กำหนดบทเฉพาะกาล ให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ทบทวนสถานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งยังไม่เคยได้รับความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์เดิม ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
หมายเหตุ :
* ประกาศที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ฉบับ ดังนี้
1. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569
2. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569
3. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 2/2569 เรื่อง การพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569
4. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ/น. 3/2569 เรื่อง กำหนดปัจจัยในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569

