
Artemis II พา 4 นักบินกลับถึงโลกปลอดภัย ปิดภารกิจเยือนดวงจันทร์รอบ 50 ปี
ภารกิจ Artemis II สำเร็จ! นำ 4 นักบินอวกาศกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย เตรียมลุ้นภารกิจต่อไปปี 2028 โครงการ Artemis IV พานักบินไปลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์
KEY
POINTS
- ภารกิจ Artemis II ประสบความสำเร็จ นำนักบินอวกาศ 4 คนเดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย หลังเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์นานกว่า 10 วัน
- นับเป็นการกลับไปเยือนดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษยชาติในรอบกว่า 50 ปี และเป็นการพิสูจน์ความพร้อมของเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ในการสำรวจอวกาศ
- ภารกิจนี้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยมีนักบินอวกาศหญิง นักบินอวกาศผิวสี และนักบินอวกาศที่ไม่ใช่ชาวอเมริกัน (แคนาดา) ร่วมเดินทางเป็นครั้งแรก
ดร. มติพล ตั้งมติธรรม นักวิชาการจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ NARIT เปิดเผยบทความเกี่ยวกับภารกิจ Artemis II ที่ลงจอดสำเร็จ และพานักบินอวกาศกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย เปิดฉากยุคใหม่แห่งการไปดวงจันทร์ โดยเนื้อหาบทความมีดังต่อไปนี้
เช้าวันที่ 11 เมษายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย แคปซูล Integrity ที่บรรทุกลูกเรือภารกิจ Artemis II ทั้งสี่คน ลงจอดบนผิวน้ำนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย หลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางไปยังดวงจันทร์ยาวนานกว่า 10 วัน ปิดฉากการเดินทางกลับไปเยือนดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษยชาติ นับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 เมื่อกว่า 53 ปีก่อน และยังนับเป็นครั้งแรกของการส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการสำรวจดวงจันทร์ด้วยกล้องดิจิทัล คอมพิวเตอร์พกพา และสมาร์ตโฟน
ภารกิจ Artemis II ในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือการทดสอบระบบและเครื่องมือต่าง ๆ แม้ว่าเราเคยส่งมนุษย์เดินทางไปยังดวงจันทร์มาแล้ว แต่กว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา Saturn V เป็นจรวดเพียงลำเดียวที่เคยพามนุษย์ไปสู่วงโคจรของดวงจันทร์ จนกระทั่งวันนี้ เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมากกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่ยังไม่เคยผ่านการพิสูจน์ในการปฏิบัติการจริง ความสำเร็จในวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจรวด Space Launch System (SLS) ของโครงการ Artemis ยาน Orion รวมถึง European Service Module ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์สมัยใหม่นั้นก็สามารถทำภารกิจนี้ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน
เทคโนโลยีที่ใช้เดินทางไปดวงจันทร์ในยุคอพอลโล แตกต่างจากยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในยุคนั้นยังเป็นคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก กล้องถ่ายภาพในยุคนั้นยังคงใช้ฟิล์ม ปุ่มควบคุมยังคงเป็นแผงควบคุมด้วยสายไฟ และหลอดไฟ ในขณะที่ยุคปัจจุบันเป็นยุคของกล้องดิจิทัล และมีแผงหน้าจอแสดงผลแบบ LCD นักบินอวกาศทุกคนมีโน้ตบุ๊กส่วนตัว แม้กระทั่ง Apollo Guidance Computer (AGC) ที่เป็นคอมพิวเตอร์หลักในการนำทางของภารกิจอพอลโล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคอมพิวเตอร์ดิจิทัลที่ใช้ชิปซิลิกอนในการประมวลผลเครื่องแรกๆ นั้น ไม่สามารถเทียบได้เลยกับสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่มนุษย์ยุคปัจจุบันทุกคนถืออยู่ติดตัวตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ไม่เคยทดสอบในภารกิจจริงที่ต้องบรรทุกนักบินอวกาศมาก่อน ความสำเร็จของโครงการ Artemis II ในครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานว่าเทคโนโลยีปัจจุบันนั้นพร้อมแล้วที่จะพามนุษย์เดินทางสู่อวกาศ เทคโนโลยียุคใหม่ทำให้กระบวนการต่างๆ ในการเดินทางในอวกาศนั้นเรียบง่ายขึ้น และสุดท้ายจะทำให้มีต้นทุนที่ถูกลงเรื่อยๆ ความสำเร็จของ Artemis II ในครั้งนี้จึงไม่เป็นเพียงความสำเร็จของสหรัฐอเมริกาในการส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคปัจจุบันนั้นพร้อมแล้วสำหรับก้าวต่อไปในการสำรวจอวกาศ
นอกจากตัวเทคโนโลยีแล้ว ภารกิจในครั้งนี้ยังนับว่าได้ทำลายสถิติ “ครั้งแรก” ในอีกหลายแง่มุม
- ครั้งแรกที่มีนักบินเดินทางไปด้วยกันถึง 4 คนในภารกิจเดียว (โครงการอะพอลโลมีนักบินเพียง 3 คน)
- ครั้งแรกที่มีนักบินที่มาจากประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา (Jeremy Hansen เป็นนักบินจากแคนาดา)
- ครั้งแรกที่มีนักบินอวกาศผิวสี (Victor Glover)
- ครั้งแรกที่มีนักบินอวกาศหญิงไปเยือนดวงจันทร์ (Christina Koch)
- ครั้งแรกที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ติดต่อสื่อสาร
- ครั้งแรกที่มี “ห้องสุขา” ไปด้วยกับภารกิจไปยังดวงจันทร์ (แม้ว่าห้องสุขานี้จะประสบปัญหาก็ตาม)
- ภารกิจที่มีมนุษย์เดินทางออกไปไกลจากโลกเป็นระยะทางที่มากที่สุด
ภารกิจไปยังดวงจันทร์ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงจอด แต่เป็นการเดินทางโดย free-return trajectory ซึ่งเป็นวงโคจรที่สามารถนำยานอวกาศกลับมายังโลกได้แม้กระทั่งในกรณีเครื่องยนต์ขัดข้อง โดยในขั้นตอนสุดท้ายของการกลับยังโลกนั้น ตัวแคปซูลที่บรรทุกนักบินอวกาศทั้ง 4 จะทำความเร็วสูงสุดประมาณ 38,405 กม./ชม. ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอลงจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก ในช่วงความสูงประมาณ 400,000 ฟุตนั้น ตัวแคปซูลจะถูกห้อมล้อมไปด้วยพลาสม่าร้อนที่ทำให้แคปซูลขาดการติดต่อสื่อสารกับหอบังคับการอย่างสิ้นเชิงเป็นระยะเวลาประมาณ 6 นาที จากนั้นยานจะใช้ระบบร่มชูชีพต่าง ๆ เพื่อชะลอความเร็วให้เพียงพอที่จะลงจอดบนผิวน้ำบริเวณนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะพานักบินกลับมายังบนบกได้อย่างปลอดภัย
หลังจากภารกิจนี้ ในภารกิจถัดไปของ Artemis III จะเป็นการทดสอบระบบการเชื่อมต่อของยาน และระบบลงจอดบนดวงจันทร์ในวงโคจร และในที่สุด ราวปี ค.ศ. 2028 โครงการ Artemis IV จะพายานสำรวจพร้อมนักบินอวกาศกลับไปลงจอดบนพื้นผิวของดวงจันทร์ และเริ่มกระบวนการก่อสร้าง Gateway Station บนพื้นผิวของดวงจันทร์ ซึ่งเปรียบได้กับสถานีเตรียมการที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถไปสำรวจยังวัตถุอื่น ๆ ในระบบสุริยะ เช่น ดาวอังคาร ต่อไป
ด้าน GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)ได้เผยแพร่ภาพจาก NASA โดยระบุว่า "เสร็จสิ้นภารกิจวินาทีแคปซูล Integrity พานักบินอวกาศ 4 นาย กลับสู่โลกและลงจอดบนมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างปลอดภัย"
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
- NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ






