thansettakij
thansettakij
"ประเสริฐ" กางแผนปฏิรูปศึกษาไทย ดัน พ.ร.บ.ใหม่-ซูเปอร์บอร์ด ดึงเอกชนแก้ปมตกงาน

"ประเสริฐ" กางแผนปฏิรูปศึกษาไทย ดัน พ.ร.บ.ใหม่-ซูเปอร์บอร์ด ดึงเอกชนแก้ปมตกงาน

10 เม.ย. 69 | 14:14 น.
อัปเดตล่าสุด :10 เม.ย. 69 | 14:59 น.

"ประเสริฐ" กางโรดแมปปฏิรูปศึกษาไทย ดัน พ.ร.บ. ฉบับใหม่-ผุดซูเปอร์บอร์ดดึงเอกชนร่วมแก้ปมเรียนจบตกงาน พร้อมรื้อสูตรลดภาระครู-ชูระบบความปลอดภัยนักเรียนเชิงรุก

KEY

POINTS

  • รมว.ศึกษาธิการ "ประเสริฐ" เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ให้สำเร็จในรัฐบาลนี้ เพื่อปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาให้ทันสมัย
  • เตรียมจัดตั้ง "ซูเปอร์บอร์ด" โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทางหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน
  • ดึงภาคเอกชนและกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในซูเปอร์บอร์ด เพื่อออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและแก้ปัญหาการว่างงานโดยตรง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศวิสัยทัศน์ปฏิรูปทุนมนุษย์ครั้งใหญ่ในสภาฯ เร่งเข็น พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ให้จบในรัฐบาลนี้ ชูโมเดลซูเปอร์บอร์ดเชื่อมตลาดแรงงานสู่ห้องเรียน พร้อมประกาศรื้อสูตรจัดสรรงบฯ ช่วยโรงเรียนขนาดเล็ก และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ลดงานเอกสารเพื่อคืนครูให้เด็ก ย้ำโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจ

กาง 5 แผนยุทธศาสตร์ พลิกโฉมการศึกษาไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาถึงทิศทางการทำงานที่เน้นการลงทุนกับคนเป็นหัวใจสำคัญ โดยสรุปประเด็นปัญหาจากการรับฟังสมาชิกสภาฯ แบ่งเป็น 5 ด้านหลัก ตั้งแต่ 1.ความเหลื่อมล้ำของงบประมาณ 2.หลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ 3.บุคลากร -ภาระงานครู 4.กฎหมายที่ล้าสมัย และ 5.ความปลอดภัยในสถานศึกษา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เดินหน้า พ.ร.บ.การศึกษา และซูเปอร์บอร์ด

ภารกิจลำดับแรกคือการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ทันสมัย โดยเป้าหมายสำคัญคือการผลิตคนที่ตลาดแรงงานต้องการจริง ผ่านการตั้ง "ซูเปอร์บอร์ด" ที่ดึงภาคเอกชนและกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาออกแบบหลักสูตรร่วมกัน เพื่อผลิตบุคลากรทักษะสูงกว่า 1 ล้านคนใน 5 ปีข้างหน้า พร้อมระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่รับรองประสบการณ์จริงเป็นวุฒิการศึกษา

นายประเสริฐ กล่าวว่า จะเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาลนี้ ถือเป็นความมุ่งมั่นและความตั้งใจเพื่อก่อให้เกิดผลของการเปลี่ยนแปลงให้มีผลในเร็ววันได้อย่างมั่นคง

"สิ่งที่เป็นห่วงก็คือวันเวลาที่เสียไป ซึ่งนอกจากเด็กจะขาดโอกาส ความล่าช้าทางนโยบาย เรื่องขององค์ความรู้ต่างๆในเรื่องการเรียนการสอน เด็กก็ดี ครูก็ดี ควรได้รับหลักสูตรที่สามารถตอบโลกในยุคปัจจุบันได้  ถือเป็นเรื่องสําคัญแต่เรายังติดอยู่กับโครงสร้างทางการศึกษาที่ยังมีความล้าสมัย นั่นเป็นเหตุผลที่กฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญที่ต้องเดินหน้าต่อไป"

ส่วนการตั้ง "ซูเปอร์บอร์ด" หรือ "Human Capital Super Board "จะมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และจะมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงอว. กระทรวงพม. และภาคเอกชน มานั่งทํางาน บนโต๊ะเดียวกัน เพื่อให้สัญญาณจากตลาดแรงงานส่งถึงห้องเรียนได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะพยายามจัดตั้งให้อย่างเร็วที่สุด เพราะบอร์ดนี้จะเป็นบอร์ดที่มีความสําคัญในอนาคต ในการกําหนดทิศทางหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
 

คืนเวลาครูสู่ห้องเรียนด้วย AI

นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงศึกษาธิการมุ่งลดภาระงานนอกเหนือจากการสอนของครูอย่างเป็นระบบ โดยเตรียมนำร่องระบบ "ครัวกลาง" ร่วมกับท้องถิ่นเพื่อจัดการอาหารกลางวันแทนการให้ครูไปจ่ายตลาดเอง รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ลดขั้นตอนงานเอกสารและงานพัสดุ เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับเด็กนักเรียนอย่างเต็มที่ภายใต้หลักการกระจายอำนาจ ไม่สั่งการแบบครอบจักรวาลจากส่วนกลาง

คืนเวลาครูสู่ห้องเรียนด้วย AI

รื้อสูตรจัดสรรงบประมาณ ลดความเหลื่อมล้ำโรงเรียนเล็ก

ส่วนกรณีความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กได้งบอุดหนุนน้อยแต่ต้นทุนคงที่สูงจะถูกแก้ไขด้วยการปรับสูตรคำนวณใหม่ให้สะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่ โดยจะมีการกำหนดเพดานงบขั้นต่ำสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และยืนยันนโยบายไม่บังคับควบรวมโรงเรียนแบบเหมารวม เพื่อกระจายคุณภาพการศึกษาให้ทั่วถึงภายใต้เป้าหมาย "เรียนฟรี มีจริง"

รื้อสูตรจัดสรรงบประมาณ ลดความเหลื่อมล้ำโรงเรียนเล็ก

ยกระดับความปลอดภัยนักเรียนแบบครบวงจร

ประเด็นสุดท้ายที่เน้นย้ำคือความปลอดภัยในโรงเรียน ซึ่งจะดูแลทั้งระบบสุขภาพจิตนักเรียนโดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ และความปลอดภัยของอาคารสถานที่ผ่านการดึงนักศึกษาอาชีวะเข้าไปตรวจสอบซ่อมแซมระบบไฟฟ้าเชิงรุก นอกจากนี้จะมีการตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน" ให้เป็นกลไกถาวรที่เด็กสามารถร้องเรียนได้อย่างปลอดภัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง