

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้บริหารระดับสูง ศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 240 คน
นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” โดยมุ่งแปลงนโยบายจากส่วนกลางไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ กำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่ 2–3 กุมภาพันธ์ 2569 ในรูปแบบการบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สาระสำคัญของการประชุมครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดทิศทางนโยบายและงบประมาณให้สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ การยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน การบริหารจัดการศึกษาระหว่างประเทศ การพัฒนาวิชาชีพครูและสวัสดิการ ตลอดจนการควบคุมมาตรฐานจรรยาบรรณ รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) และโครงการธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งดำเนินการภายใต้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เพื่อปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ
ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวตอนหนึ่งว่า ตลอด 7 เดือนของการทำงานในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ “การทำงานแบบแยกส่วนไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป” หัวใจของการศึกษาในยุคใหม่ต้องเป็นการบูรณาการทั้งระบบ โดยเปรียบหน่วยงานหลัก 4 แห่งของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เสมือน “4 องค์ชาย” ที่จำเป็นต้องหันหน้าคุยกันและทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน
รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า จากการลงพื้นที่ตรวจราชการร่วมกับผู้บริหารระดับสูงหลายหน่วยงานพร้อมกัน ทำให้เห็นข้อเท็จจริงจากหน้างานชัดเจนกว่าการรับรายงานอยู่ส่วนกลาง ส่งผลให้สามารถแก้ไขกฎ ระเบียบ และขั้นตอนการทำงานที่ไม่สอดคล้องกับบริบทจริงได้อย่างรวดเร็ว ลดปัญหาการสั่งการจาก “บนหอคอย” ที่ไม่เข้าใจพื้นที่
ศ.ดร.นฤมล ยังย้ำถึงแนวทางการกำหนดนโยบายการศึกษา ภายใต้การกำกับดูแลของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ผ่านมา การศึกษาไทยมักให้ความสำคัญกับ “ตัวเด็ก” ซึ่งเป็นผลผลิตปลายทาง แต่กลับละเลย “โรงงานและคนทำงาน” นั่นคือ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างคุณภาพผู้เรียน
“ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงศึกษาธิการต้องหันกลับมาดูแลครูอย่างจริงจัง ทั้งด้านสวัสดิการ ความเป็นอยู่ และขวัญกำลังใจ เพื่อให้ครูมีพลังในการสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว พร้อมระบุว่า กระทรวงฯ ได้จัดทำรายละเอียดนโยบายจัดตั้ง “สหกรณ์ออมทรัพย์กลาง” เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครู และโครงการ “บ้านพักครูสวัสดิการ” เสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ครูทั่วประเทศ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวทิ้งท้ายว่า บทบาทของศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาคในยุคใหม่ ต้องไม่ใช่เพียงผู้ถ่ายทอดนโยบาย แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “โซ่ข้อกลาง” เชื่อมประสานทุกหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ หากพบอุปสรรคเชิงนโยบาย ขอให้สะท้อนกลับมายังส่วนกลางโดยตรง เพื่อร่วมกันปรับปรุงและขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง