
'นิกร' กางแผนรับมือสังคมสูงวัย ผลักดัน Universal Design ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย
'นิกร' รมว.พม.ประกาศแผนรับมือสังคมสูงวัย ย้ำดูแลเด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ พร้อมเร่งผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฯ เข้าสู่ ครม.
KEY
POINTS
- กระทรวง พม. เสนอแผนรับมือสังคมสูงวัย โดยเน้นส่งเสริมการมีงานทำ สร้างอาชีพ และจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน
- เร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรฐานการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) ในสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการภาครัฐและเอกชน
- ขับเคลื่อนภารกิจ 4 มิติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ทั้งสวัสดิการเด็กและผู้สูงอายุ การแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และการจัดหาที่อยู่อาศัย
วันที่ 10 เมษายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า พม. รับข้อเสนอสมาชิกสภาฯ พร้อมเร่งขับเคลื่อนภารกิจ 4 มิติสำคัญ ทั้งการรับมือวิกฤตประชากรผ่านสวัสดิการเด็กและผู้สูงอายุ การแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวด้วยกฎหมายใหม่และสายด่วน 1300 พร้อมรุกโครงการบ้านมั่นคงและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ (Universal Design) มุ่งเป้าสร้างสังคมที่ "ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี" เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้แผนงานของพม.ที่จะเร่งขับเคลื่อน ประกอบไปด้วย
กลุ่มเด็กและเยาวชน
- สนับสนุนเงินอุดหนุนบุตรให้กับเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ รายละ 600 บาทต่อเดือน โดยเป้าหมายปี 2569 จำนวน 2.6 ล้านราย คิดเป็นเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นก็มีการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพ ชีวิตเด็กปฐมวัยตั้งแต่ 0 ขวบจนถึง 4 ขวบ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เด็กปฐมวัยตามมาตรฐาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
กลุ่มผู้สูงอายุ
- มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างการมีงานทําของผู้สูงวัย ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถยืนอยู่ในสังคมต่อได้อย่างภาคภูมิใจ โดยการมีเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการทําสัญญากู้ไปแล้วกว่า 117,667 สัญญา คิดเป็นเงินกว่า 3,217 ล้านบาท และยังมีการเสริมทักษะเพิ่มสมรรถนะในการจ้างงานร่วมกันกับเครือข่ายภาคเอกชนอีกกว่า 900 กว่าเครือข่าย ,การเสริมสร้างกลไกการพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน ด้วยศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 2,258 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยกันเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุตามชุมชนต่างๆ
- นอกจากนั้นแล้วยังสร้างผู้บริบาลผู้สูงอายุอีกเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อให้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชนทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีอยู่ 878 คน และกําหนดว่า 1 คนต้องดูแลผู้สูงอายุอย่างน้อย 100 คน และปัจจุบันมี 878 คนก็สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ 87,800 คน
- ขณะเดียวกันมีการขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมกับท้องถิ่นนะเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถมีทักษะการในการทํางานเพิ่มขึ้น และดูแลตัวเอง ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายที่วางไว้
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ทางกระทรวงพม.มีช่องทางในการที่จะรับแจ้งเหตุหรือให้คําปรึกษาผ่านสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบริการช่วยเหลือและให้คําปรึกษา และคุ้มครองผู้ประสบปัญหา ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาในปี 2568 มีอยู่ประมาณ 4,000 กว่าเคส โดย 3,000 เคสเป็น กรณีที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว และอีก 1,000 เคสเป็นความรุนแรงนอกครอบครัว
"นอกจากช่องทางสายด่วนแล้ว พม.ยังมีช่องทางติดต่อผ่านทางเว็บไซต์ ,ไลน์ ที่จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบและให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ"
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกฎหมายทางกระทรวงพม.อยู่ระหว่างการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ในประเด็นกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโดยกําหนดขั้นตอนการแจ้งเหตุทําทันทีการสอบข้อเท็จจริง การส่งต่อความช่วยเชื่อคุ้มครอง การร้องทุกข์และการติดตามผล ซึ่งจะเป็นการพัฒนาให้กระบวนการทํางานเป็นระบบ โดยใช้กลไกทางกฎหมาย
ส่วนแนวทางในการพัฒนาเรื่องบ้านที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต นายนิกร กล่าวว่า กระทรวงพม.มีการพัฒนาบ้านที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม เพื่อนําไปสู่การลดรายจ่ายให้เหมาะสมกับ การดํารงชีวิตของกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมกับกลุ่มเปราะบาง โดยปัจจุบันมีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคง จํานวน 3,370 ครัวเรือน บ้านพอเพียง 15,625 ครัวเรือน ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ภายใต้หลักการให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี
นอกจากนั้นแล้วก็จะมีส่วนของการเคหะแห่งชาติที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีราคาเหมาะสมให้กับกลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มที่อาจจะโดนปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินอีกกว่า 21,712 ยูนิต
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็น. การเข้าถึงสิทธิและสิ่งอำนวยความสะดวก (Universal Design)โดยจะผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฯ เข้าสู่ ครม. เพื่อกำหนดมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการรัฐและเอกชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมตามหลักสากล
"ทางกระทรวงพม.ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ฉบับที่ พ.ศ. ซึ่งอยู่ระหว่างดําเนินการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อปรับปรุงเนื้อหาในการเข้าถึงสิทธิสิ่ง อํานวยความสะดวกให้เป็นรูปธรรม ให้มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาพิจารณาให้ความเห็นการจัดสิ่งอํานวยความสะดวกในโครงการของรัฐ และในโครงการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐรวม ถึงการที่จะออกประกาศ มาตรฐาน อุปกรณ์หรือ ข้อแนะนําอุปกร ณ์สิ่งอํานวยความสะดวก เพื่อรองรับหลักการ universal design ตามหลักกฎหมายนานาประเทศ"
นายนิกร กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอของท่านสมาชิกทั้งหมดจะถูกนําไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการกําหนดทิศทางการทํางานของกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นเชิง นโยบายแผนงาน การปฏิบัติงานที่ส่วนกลาง การปฏิบัติการในพื้นที่เพื่อให้การพัฒนาสังคมของประเทศ สามารถตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลในรูปแบบของการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน
"การพัฒนาสังคมไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันทั้งรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งรัฐบาลทั้งสังคมโดยรวม ผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมที่จะทํางานกับทุกภาคส่วน ที่จะขับเคลื่อนไปบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องบนข้อมูลที่เข้าใจและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริงและยั่งยืน"






