thansettakij
thansettakij
ส่องโอกาสไทยท่ามกลางวิกฤตโลก "พชร" มั่นใจห่วงโซ่การผลิตแปซิฟิก-ระบบขนส่งไฟฟ้า ทางรอดสำคัญยุคพลังงานแพง

ส่องโอกาสไทยท่ามกลางวิกฤตโลก "พชร" มั่นใจห่วงโซ่การผลิตแปซิฟิก-ระบบขนส่งไฟฟ้า ทางรอดสำคัญยุคพลังงานแพง

07 เม.ย. 69 | 01:00 น.

"พชร นริพทะพันธุ์" กรรมการ ก.ล.ต. วิเคราะห์วิกฤตพลังงาน ชี้เงินเฟ้อพุ่งฉุดกำลังซื้อเสี่ยงเกิดภาวะ Stagflation ระยะสั้น จับตาไตรมาส 1-2 ท่องเที่ยว-ความเชื่อมั่นอ่อนตัว แต่ยังมีข่าวดี "บาทแข็ง" ช่วยค้ำต้นทุนนำเข้า

KEY

POINTS

  • นายพชร นริพทะพันธุ์ ชี้ว่าท่ามกลางวิกฤตพลังงานแพงและเงินเฟ้อสูง ประเทศไทยมีโอกาสจากการปรับตัวสู่ระบบขนส่งไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะช่วยควบคุมต้นทุนและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
  • การปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในฝั่งแปซิฟิก เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ไทยสามารถวางตำแหน่งยุทธศาสตร์เป็น "ข้อต่อสำคัญ" ในห่วงโซ่การผลิตของโลกได้
  • ภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวสู่แนวทาง Go Green และระบบขนส่งไฟฟ้าได้เร็ว จะสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดีกว่าคู่แข่ง ซึ่งถือเป็นทางรอดที่สำคัญในยุคพลังงานมีราคาสูง

วันนี้ 7 เมษายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานในขณะนี้ ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและทำให้เศรษฐกิจเกิดการหดตัว

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตดังกล่าวยังมีข้อดีในเชิงเสถียรภาพการเงิน คือ "ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศไทยต้องใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในการนำเข้าน้ำมัน หากค่าเงินบาทอ่อนตัวลงในช่วงนี้ จะยิ่งซ้ำเติมให้ราคาต้นทุนน้ำมันนำเข้าและภาระค่าครองชีพดีดตัวสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

เตือนระวัง Stagflation ระยะสั้น-หนี้ครัวเรือนฉุดกำลังซื้อ

นายพชร วิเคราะห์ต่อว่า ผลกระทบในไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีนี้ จะปรากฏให้เห็นชัดเจนผ่านภาคการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เริ่มอ่อนตัวลง แม้ราคาพลังงานโดยตรงอาจดูเหมือนมีสัดส่วนไม่มากในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริงพลังงานคือต้นทุนหลักของ "ห่วงโซ่ภาคการผลิตและขนส่ง" เมื่อต้นทุนเหล่านี้ขยับขึ้นย่อมส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่

"เมื่อต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น ผสมโรงกับภาวะหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ในระดับสูง จะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูงในระยะสั้นได้"

นายพชร นริพทะพันธุ์

พลิกเกมสู้ด้วย Go Green – ยึดหัวหาดห่วงโซ่แปซิฟิก

ท่ามกลางเมฆหมอกทางเศรษฐกิจ นายพชร มองเห็นสัญญาณบวกจากการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ "ระบบขนส่งไฟฟ้า" (EV) และระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่ ซึ่งกลุ่มที่ขยับตัวสู่แนวทาง Go Green ได้เร็ว จะมีความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดีกว่าคู่แข่ง และกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในเวทีโลก

นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสจากการขยายตัวของภาคส่งออกและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในฝั่งแปซิฟิกที่มีความตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยยังคงสถานะการเป็น "ข้อต่อสำคัญ" ในห่วงโซ่อุปทานโลก

ทางรอด: มายด์เซท-ความเสียสละ-สามัคคี

นายพชร ทิ้งท้ายว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศเผชิญร่วมกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเบ็ดเสร็จ สินค้าอุปโภคบริโภคและปัจจัยพื้นฐานยังคงมีความสำคัญสูงสุด

"หากประเทศไทยวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ให้ดี มีมายด์เซทที่เป็นบวก พร้อมด้วยความร่วมมือและความเสียสละของทุกภาคส่วนเพื่อส่วนรวม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่ง" นายพชร กล่าวสรุป