
กรมอุตุฯ กางไทม์ไลน์ฝุ่นพิษ 3-11 เม.ย. วิกฤตยาวถึงสงกรานต์ เช็กทิศทางลมที่นี่
แนวโน้ม PM2.5 พุ่งต่อเนื่อง กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดไทม์ไลน์สถานการณ์ฝุ่นละออง 3-11 เม.ย.69 ยังน่าเป็นห่วง เกินค่ามาตรฐาน
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จะอยู่ในเกณฑ์วิกฤตช่วงวันที่ 3-11 เมษายน โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน
- ช่วงวันที่ 3-6 เม.ย. การระบายอากาศในภาคเหนือจะไม่ดี ทำให้มีความเสี่ยงที่ฝุ่นจะสะสมเพิ่มขึ้น
- ช่วงวันที่ 7-11 เม.ย. แม้ลมจะแรงขึ้น แต่คาดว่ายังไม่เพียงพอที่จะระบายฝุ่นที่สะสมอยู่ในระดับสูงได้ เนื่องจากมีจุดความร้อนจำนวนมาก
- สาเหตุหลักของวิกฤตฝุ่นมาจากจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ประกอบกับลมตะวันตกที่พัดพาฝุ่นจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสะสม
วันที่ 2 เมษายน 2569 สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในไทยยังน่าเป็นห่วง โดยบริเวณประเทศไทยตอนบน ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ยังคงเกินมาตรฐานเนื่องจากมีจุดความร้อนหนาแน่น ทำให้ฝุ่นสะสมเกินกว่าที่ลมจะพัดออกไปได้ ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เปิดศูนย์ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองภาคเหนือ พร้อมทั้งได้เปิดไทม์ไลน์สถานการณ์ฝุ่นในไทยวันที่ 3 -11 เมษายน 2569 ดังนี้
วันที่ 3 - 6 เม.ย. 69
- การระบายอากาศในภาคเหนือยังไม่ดี จึงเสี่ยงต่อการสะสมของฝุ่นมากขึ้น
วันที่ 7 - 11 เม.ย. 69
- ลมจะแรงขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการระบายฝุ่นที่สะสม เนื่องจากจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน อันเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของจุดความร้อนในภูมิภาค ประกอบกับอิทธิพลของลมตะวันตกที่พัดพาฝุ่นจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสะสม ขณะที่สภาพอากาศเอื้อต่อการระบายอากาศได้ไม่ดี โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 3–6 เมษายน 2569 ซึ่งมีแนวโน้มทำให้ปริมาณฝุ่นยังคงเกินค่ามาตรฐาน
แม้ในช่วงวันที่ 7–11 เมษายน สภาพการระบายอากาศจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่จากปริมาณฝุ่นที่สะสมอยู่ในระดับสูง อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ในระยะสั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของมลพิษทางอากาศและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพ
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้วางนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ฯ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการติดตามปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่นละออง อาทิ ความเร็วลมและทิศทางลม การจัดทำข้อมูลวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า การบูรณาการข้อมูลสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันเวลาแก่ประชาชน พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างเหมาะสม







