thansettakij
thansettakij
ไปรษณีย์ไทยประกาศ “ปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง” บริการ EMS เริ่ม 16 เม.ย.

ไปรษณีย์ไทยประกาศ “ปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง” บริการ EMS เริ่ม 16 เม.ย.

01 เม.ย. 69 | 03:54 น.
อัปเดตล่าสุด :01 เม.ย. 69 | 04:00 น.

ไปรษณีย์ไทยประกาศ “ปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง” บริการ EMS เริ่ม 16 เม.ย. ตามต้นทุนพลังงาน ย้ำตรึงราคาบริการพื้นฐานคงเดิม

KEY

POINTS

  • ไปรษณีย์ไทยประกาศปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิงสำหรับบริการ EMS ในประเทศ และ eCo Post เพิ่มขึ้น 3 บาทต่อชิ้น
  • การปรับราคาดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
  • สาเหตุของการปรับราคามาจากต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • บริการไปรษณีย์พื้นฐาน เช่น จดหมาย พัสดุไปรษณีย์ ยังคงใช้อัตราค่าบริการเดิม ไม่มีการปรับขึ้นราคา

หลังจาก KEX-แฟลช เอ็กซเพรส & J&T ทนพิษราคาน้ำมันพุ่งไม่ไหว ปรับราคาขนส่งเพิ่ม 3 บาท เริ่มวันที่ 1 เม.ย. 69 ล่าสุดบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง สำหรับบริการในเชิงพาณิชย์ ได้แก่

  • ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ
  • และบริการ eCo Post 
  • เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ในอัตราเพิ่ม 3 บาทต่อชิ้น
  • เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
  • โดยการปรับในครั้งนี้เป็นการปรับเฉพาะส่วนเพิ่มตามต้นทุนพลังงาน (Fuel Surcharge) และยังคงคำนึงถึงความเหมาะสมและผลกระทบต่อผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยขานรับนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตรึงราคาค่าบริการขนส่ง ไปรษณีย์ทุกประเภท จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญต่อต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะ “ค่าเชื้อเพลิง” ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของระบบโลจิสติกส์ โดย ปณท พยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์

ทั้งนี้ บริการไปรษณีย์พื้นฐาน ได้แก่

  • ไปรษณีย์ภัณฑ์ ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน
  • พัสดุไปรษณีย์ ยังคงอัตราค่าบริการเดิมไม่มีการปรับขึ้น

การปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิงเป็นแนวทางที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ใช้ในการบริหารต้นทุน โดยเป็นการปรับเฉพาะส่วนที่ผันแปรตามราคาพลังงาน ไม่ใช่การปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบ และไปรษณีย์ไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

“ไปรษณีย์ไทยตระหนักถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในปัจจุบัน จึงพยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติ และเลือกปรับในอัตราที่จำเป็นและเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ยังคงสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพและเข้าถึงได้ทุกคน” ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติม

พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไปรษณีย์ไทยขอขอบคุณผู้ใช้บริการทุกท่านสำหรับความเข้าใจและความเชื่อมั่นที่มีให้มาโดยตลอด และยังคงมุ่งมั่นดูแลประชาชนพัฒนาคุณภาพบริการ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อก้าวสู่การเป็น “Trusted Logistics Partner” ของคนไทยในทุกสถานการณ์.