thansettakij
thansettakij
'สุรเดช' ท้า 'นายกฯ' ดึง 'พีระพันธุ์' คุมพลังงาน ลุยล้างบางไอ้โม่งกักตุน!

'สุรเดช' ท้า 'นายกฯ' ดึง 'พีระพันธุ์' คุมพลังงาน ลุยล้างบางไอ้โม่งกักตุน!

28 มี.ค. 69 | 08:28 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มี.ค. 69 | 08:37 น.

วิกฤตน้ำมันพุ่ง 6 บาททำเศรษฐกิจทรุด! "สุรเดช ยะสวัสดิ์" ฟันธงมีคนเดียวเอาอยู่ แนะนายกฯ กล้าตัดสินใจเชิญ "พีระพันธุ์" คืนเก้าอี้ รมว.พลังงาน ชี้มีข้อมูลเชิงลึกรู้ทันสร้อยสนกลใน พร้อมจัดการไอ้โม่งเบื้องหลัง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกอบกู้เศรษฐกิจชาติให้ฟื้นคืนแน่นอน

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรองหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นวิกฤตของชาติและเป็นวิกฤตที่รุนแรงเพราะมีผลกระทบกับเรื่องเศรษฐกิจท่องเที่ยว การค้าขายหลังจากขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท

จึงคิดว่าขณะนี้มีคนเดียวที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตให้กับรัฐบาลได้เป็นรูปธรรม ซึ่งก็คือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีความทุ่มเทที่จะแก้ปัญหา ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรี กล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีโดยเชิญนายพีระพันธุ์ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องพลังงาน ที่เกิดวิกฤตน้ำมันในขณะนี้ 

'สุรเดช' ท้า 'นายกฯ' ดึง 'พีระพันธุ์' คุมพลังงาน ลุยล้างบางไอ้โม่งกักตุน!

ก็จะเป็นประโยชน์ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลและประเทศชาติดีขึ้น

นายสุรเดช กล่าวว่า ที่ผ่านมานายพีระพันธุ์ ทำไว้หลายเรื่อง มีทั้งออกกฏหมายและยกร่างกฎหมายอีกหลายฉบับ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้เชิญท่านมาเป็นรัฐมนตรีพลังงาน และตอนนี้นายพีระพันธุ์ ก็ถือว่าเป็นอิสระอยู่ เนื่องจากได้ลาออกจากสส.ปาร์ตี้ลิสต์ แล้วเพราะฉะนั้นก็น่าจะเข้ามาช่วยงานรัฐบาลได้ 

ไม่ต้องไปคำนึงว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลหรือคนละพรรคกัน ขอให้คิดว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน และเขามีประสบการณ์  เมื่อนายกรัฐมนตรี ก็ เชิญคนนอกมาเป็นรัฐมนตรีตั้งหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ  คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ หรือคุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ก็เป็นคนนอกทั้งนั้น แล้วทำไมจะเอานายพีระพันธุ์ เข้ามาอีกคนหนึ่งไม่ได้ ส่วนตัวผมมองว่านายพีระพันธุ์ เป็นคนที่ทำงานเรื่องนี้มาตลอดและมีการตรวจสอบ มีข้อมูลเชิงลึก เป็นคนที่ทำอะไรจริงจังและทุ่มเทโดยเฉพาะเรื่องของพลังงานและเป็นคนที่รู้สร้อยสนกลในของกระทรวงพลังงานทั้งหมด ถ้าได้เข้ามานั่งอีกครั้งก็เชื่อว่าจะสามารถหาตัวไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันได้ 

และยิ่งหากมานั่งตำแหน่งเดิมคือรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็จะสามารถเรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาพูดคุยกันได้ว่าจะต้องทำอะไร หรือจะมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อช่วยลดภาระให้ประชาชนในช่วงนี้บ้าง เพราะเรื่องนี้  2 กระทรวงคือกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ ต้องทำงานควบคู่กัน ที่สำคัญตามกฎหมายแล้วกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจในการควบคุมราคาน้ำมันได้ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542

เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถูกจัดเป็นสินค้าควบคุม ดังนั้นทั้ง 2 กระทรวง จึงถือว่ามีความสำคัญในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานครั้งนี้  แต่ผมไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรีจะกล้าตัดสินใจตรงนี้หรือไม่"